วันจันทร์, 14 กันยายน 2569

ขายไฟคืนการไฟฟ้า ได้กี่บาท สมัครยังไง (โครงการล่าสุด)

13 ก.ย. 2026
4

หลายบ้านที่ติดโซลาร์เซลล์ไปแล้วมักมีไฟที่ผลิตได้เหลือใช้ในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะวันที่คนในบ้านออกไปทำงานกันหมด คำถามที่ตามมาเกือบทุกครั้งคือ ไฟส่วนเกินนี้ “ขายคืน” ให้การไฟฟ้าได้จริงไหม ได้กี่บาทต่อหน่วย และต้องสมัครยังไง ถ้ายังไม่เคยอ่านภาพรวมเรื่องโซลาร์บ้านมาก่อน แนะนำอ่านคู่มือติดโซลาร์เซลล์บ้าน + ลดค่าไฟควบคู่ไปด้วย เพราะบทความนี้จะโฟกัสเฉพาะเรื่องขายไฟคืนอย่างเดียว

ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ: เรื่องขายไฟคืนในไทยเป็น “โครงการ” ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศเปิดรับสมัครเป็นรอบ ๆ ไม่ใช่สิทธิ์ถาวรที่ใครติดโซลาร์แล้วขายได้ทันที ทั้งอัตรารับซื้อ โควตาที่เปิดรับ และรอบเวลาสมัคร เปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละรอบตามประกาศของ กกพ. บทความนี้จะอธิบายกลไกและขั้นตอนกว้าง ๆ ที่ใช้กันมา ส่วนอัตรารับซื้อและรอบสมัครที่เปิดอยู่จริงตอนนี้ ต้องตรวจสอบล่าสุดกับเว็บ กกพ. (erc.or.th) หรือการไฟฟ้าในพื้นที่คุณเองเสมอ อย่ายึดตัวเลขจากบทความเก่าบทความใดแบบตายตัว


ขายไฟคืนคืออะไร ต่างจากแค่ “ผลิตใช้เอง” ยังไง

บ้านที่ติดโซลาร์แบบ On-grid (เชื่อมกับสายส่งการไฟฟ้า) ส่วนใหญ่ผลิตไฟไว้ใช้เองก่อนเป็นหลัก ไฟที่ผลิตได้จะถูกใช้ในบ้านทันทีโดยอัตโนมัติ ส่วนที่เหลือจากการใช้งานจริงในช่วงเวลานั้นจะไหลย้อนเข้าสายส่งของการไฟฟ้า ถ้าบ้านไหนไม่ได้เข้าร่วมโครงการขายไฟคืน ไฟส่วนเกินนี้จะไหลเข้าระบบเฉย ๆ โดยไม่ได้รับเงินตอบแทน ส่วนบ้านที่เข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจะมีมิเตอร์วัดไฟสองทิศทางแยกหน่วยที่ขายออกไปต่างหาก แล้วได้รับเงินตามอัตราที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟ ระบบแบบนี้ต้องเป็น On-grid หรือ Hybrid เท่านั้น ถ้าเป็น Off-grid ที่ไม่เชื่อมสายส่งเลยจะไม่มีไฟส่วนเกินให้ขายคืนได้ ใครยังไม่แน่ใจว่าบ้านตัวเองควรเลือกระบบไหน อ่านเปรียบเทียบได้ในOn-grid vs Off-grid vs Hybrid บ้านแบบไหนควรใช้แบบไหน

ไทยใช้ระบบ Feed-in Tariff ไม่ใช่ Net Metering เต็มรูปแบบ

หลายคนคุ้นกับคำว่า Net Metering จากบทความต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงการหักลบหน่วยไฟที่ผลิตได้กับหน่วยที่ใช้แบบตรง ๆ ในอัตราเดียวกัน แต่กลไกที่ใช้ในไทยตอนนี้เป็นแบบ Feed-in Tariff (FiT) คือการไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกินในราคาที่ กกพ. กำหนดแยกต่างหาก ซึ่งมักต่ำกว่าอัตราค่าไฟที่บ้านจ่ายซื้อจากการไฟฟ้า ไม่ใช่การหักลบหน่วยแบบ 1 ต่อ 1 ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะทำให้กลยุทธ์ที่คุ้มที่สุดของบ้านส่วนใหญ่คือ “ผลิตใช้เองให้ได้มากที่สุด” ก่อน แล้วค่อยขายส่วนที่เหลือจริง ๆ ออกไป ไม่ใช่ออกแบบระบบให้ผลิตเกินความต้องการเยอะ ๆ เพื่อหวังรายได้จากการขายเป็นหลัก

ขายไฟคืนได้กี่บาทต่อหน่วย

อัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินของไทยเปลี่ยนไปตามแต่ละรอบโครงการที่ กกพ. ประกาศ เพื่อให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าที่ผ่านมาเคลื่อนไหวแบบไหน รอบสมัครปี 2565 ที่หลายบ้านยังอยู่ในสัญญา 10 ปีจนถึงตอนนี้ อัตรารับซื้ออยู่ที่ประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นตัวเลขในอดีตของรอบนั้นเท่านั้น ไม่ใช่อัตราที่รับประกันว่าจะใช้กับผู้สมัครรอบใหม่ เพราะแต่ละรอบมีการทบทวนอัตราตามต้นทุนพลังงานและนโยบายพลังงานหมุนเวียนในช่วงเวลานั้น ก่อนตัดสินใจสมัครหรือคำนวณความคุ้มค่า ต้องเช็คอัตรารับซื้อของรอบที่เปิดรับสมัครอยู่จริงจากประกาศ กกพ. โดยตรง อย่าเอาตัวเลขปี 2565 ไปใช้คำนวณรอบปัจจุบันเด็ดขาด เพราะถ้าคลาดเคลื่อนจะกระทบการตัดสินใจเรื่องขนาดระบบและงบลงทุนทั้งก้อน ถ้ากำลังตัดสินใจเรื่องขนาดระบบอยู่ อ่านเพิ่มเติมได้ในโซลาร์ 3kW / 5kW / 10kW เลือกขนาดไหน

ใครมีสิทธิ์สมัครขายไฟคืนบ้าง

เงื่อนไขคุณสมบัติหลัก ๆ ที่ใช้เป็นกรอบทั่วไปในโครงการที่ผ่านมา ได้แก่ เป็นเจ้าของบ้านอยู่อาศัย (ไม่ใช่โรงงานหรือกิจการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีเงื่อนไขแยกกัน) ติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid หรือ Hybrid ที่เชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้า และกำลังการผลิตของระบบต้องไม่เกินเพดานที่แต่ละรอบกำหนด รวมถึงต้องสมัครภายในช่วงเวลาและโควตาที่ กกพ. เปิดรับในรอบนั้น ๆ เท่านั้น เงื่อนไขเรื่องเพดานกำลังการผลิต ขนาดโควตารวมของประเทศ และพื้นที่ที่เปิดรับ เปลี่ยนแปลงได้ทุกรอบ จึงต้องอ่านประกาศฉบับจริงของรอบที่กำลังเปิดรับสมัครก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ขั้นตอนสมัครขายไฟคืน (ภาพรวม)

  1. ติดตามประกาศเปิดรับสมัครจาก กกพ. — โครงการนี้ไม่ได้เปิดรับตลอดเวลา ต้องรอประกาศเปิดรอบใหม่ ซึ่งมักระบุโควตารวม อัตรารับซื้อ และช่วงวันที่รับสมัครไว้ชัดเจน
  2. ตรวจสอบคุณสมบัติระบบโซลาร์ของตัวเอง — ทั้งขนาดกำลังผลิต ชนิดอินเวอร์เตอร์ที่ต้องผ่านมาตรฐานป้องกันไฟย้อน (Anti-Islanding) และรูปแบบการเชื่อมต่อว่าเป็น On-grid หรือ Hybrid
  3. ยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ กกพ./การไฟฟ้าในพื้นที่กำหนด — ในรอบที่ผ่านมามักยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ กกพ. หรือผ่านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แยกตามพื้นที่ ช่องทางที่แน่นอนของแต่ละรอบให้ยึดตามประกาศจริง ณ ตอนนั้น
  4. ติดตั้งหรือเปลี่ยนมิเตอร์วัดไฟสองทิศทาง — เพื่อแยกหน่วยไฟที่ซื้อจากการไฟฟ้าและหน่วยที่ขายคืนออกจากกันอย่างถูกต้อง
  5. เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) — ระบุอัตรารับซื้อและระยะเวลาสัญญา ซึ่งที่ผ่านมามักผูกยาวหลายปี ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาให้ครบก่อนเซ็นทุกจุด
  6. เริ่มขายไฟและรับเงิน — หลังเชื่อมระบบและสัญญามีผลแล้ว เงินจากไฟที่ขายมักโอนเข้าบัญชีตามรอบที่ระบุในสัญญา ไม่ใช่หักลบในบิลค่าไฟทันทีแบบอัตโนมัติเสมอไป จุดนี้ควรสอบถามผู้ติดตั้งหรือการไฟฟ้าให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ขั้นตอนนี้คล้ายกับตอนขออนุญาตติดตั้งโซลาร์ทั่วไปในหลายจุด แต่มีเอกสารและการยื่นเรื่องส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาขายไฟเพิ่มเข้ามาโดยเฉพาะ ถ้ายังไม่เคยผ่านขั้นตอนขออนุญาตติดตั้งมาก่อน อ่านรายละเอียดเอกสารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ในติดโซลาร์ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

เอกสารที่มักต้องใช้เพิ่มเติมสำหรับการขายไฟคืน

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า
  • ใบแจ้งค่าไฟฟ้าล่าสุด เพื่อยืนยันหมายเลขผู้ใช้ไฟและมิเตอร์ปัจจุบัน
  • สเปคอุปกรณ์ระบบโซลาร์ โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์ที่ต้องผ่านมาตรฐานป้องกันไฟย้อน
  • เอกสารยืนยันการเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้า ที่ได้จากขั้นตอนขออนุญาตติดตั้งก่อนหน้านี้
  • สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่ลงนามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายการนี้เป็นกรอบกว้างจากรอบที่ผ่านมาเพื่อให้เตรียมตัวทัน ไม่ใช่รายการทางการของรอบปัจจุบัน ควรสอบถามรายการเอกสารที่แน่นอนจาก กกพ. หรือการไฟฟ้าในพื้นที่อีกครั้งก่อนเริ่มยื่นเรื่องจริง

ขายไฟคืนคุ้มจริงไหม เทียบกับผลิตใช้เองอย่างเดียว

เพราะอัตรารับซื้อไฟส่วนเกินต่ำกว่าค่าไฟที่บ้านจ่ายซื้อจากการไฟฟ้าอยู่แล้วในหลักการ รายได้จากการขายไฟคืนจึงมักเป็น “ของแถม” ที่ช่วยลดระยะเวลาคืนทุนลงเล็กน้อย มากกว่าจะเป็นแหล่งรายได้หลักของการติดโซลาร์ ตัวแปรที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าจริง ๆ คือพฤติกรรมใช้ไฟของบ้าน ถ้าคนในบ้านอยู่บ้านกลางวันและใช้ไฟที่ผลิตได้เกือบหมดในตอนกลางวันอยู่แล้ว การขายไฟคืนจะมีสัดส่วนน้อยมากในภาพรวม ตรงกันข้ามกับบ้านที่ออกไปทำงานกันหมดตอนกลางวัน ซึ่งจะมีไฟส่วนเกินให้ขายเยอะกว่า ก่อนตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมโครงการขายไฟคืนหรือไม่ ลองกรอกบิลค่าไฟจริงของตัวเองในเครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนโซลาร์ดูก่อน จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าระบบขนาดที่กำลังพิจารณาอยู่เหมาะกับการผลิตใช้เองเป็นหลักหรือมีส่วนเกินให้ขายจริงมากน้อยแค่ไหน

ข้อควรระวังที่คนสับสนบ่อย

เข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าเมื่อติดโซลาร์แล้วสามารถขายไฟคืนได้เลยทันทีโดยไม่ต้องสมัครอะไร ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องผ่านการสมัครเข้าโครงการที่ กกพ. เปิดรับเป็นรอบ และถ้ารอบนั้นเต็มโควตาหรือปิดรับสมัครไปแล้ว บ้านที่ติดตั้งใหม่จะต้องรอรอบถัดไปโดยไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะเปิดอีกเมื่อไหร่ อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าอัตรารับซื้อเท่ากับอัตราค่าไฟที่จ่ายซื้อ ทั้งที่ในทางปฏิบัติอัตรารับซื้อมักต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ การตั้งความคาดหวังผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้ผิดหวังกับตัวเลขรายได้จริงที่ได้รับ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือคำนวณความคุ้มค่าจากการผลิตใช้เองเป็นหลักก่อน แล้วมองรายได้จากการขายไฟคืนเป็นโบนัสเสริมเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์แล้วต้องขายไฟคืนเสมอไปไหม

ไม่จำเป็น การขายไฟคืนเป็นทางเลือกที่ต้องสมัครเข้าโครงการเพิ่มเติม บ้านที่ไม่ได้เข้าร่วมยังใช้ระบบโซลาร์เพื่อผลิตไฟใช้เองได้ตามปกติ เพียงแต่ไฟส่วนเกินที่ไหลเข้าสายส่งจะไม่ได้รับเงินตอบแทนหากไม่ได้เข้าร่วมโครงการ

ขายไฟคืนได้เงินเป็นส่วนลดในบิลหรือโอนเข้าบัญชี

รูปแบบการจ่ายเงินขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในแต่ละรอบ ซึ่งที่ผ่านมาบางกรณีจ่ายเป็นเงินโอนตามรอบบัญชี ไม่ใช่การหักลบในบิลค่าไฟทันทีเสมอไป ควรสอบถามรายละเอียดการจ่ายเงินให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง เพราะเงื่อนไขอาจต่างกันในแต่ละรอบโครงการ

ถ้าพลาดรอบสมัครไปแล้วต้องทำยังไง

ต้องรอประกาศเปิดรับสมัครรอบใหม่จาก กกพ. ซึ่งไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะเปิดอีกเมื่อไหร่ ระหว่างรอ บ้านยังใช้ระบบโซลาร์ผลิตไฟใช้เองได้ตามปกติ แนะนำติดตามประกาศจากเว็บ กกพ. โดยตรงหรือสอบถามผู้ติดตั้งที่ดูแลระบบให้คุณอยู่

ระบบขนาดเล็กสมัครขายไฟคืนได้ไหม หรือต้องขนาดใหญ่เท่านั้น

โครงการที่ผ่านมาเปิดรับบ้านอยู่อาศัยทั่วไปโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะระบบขนาดใหญ่ แต่มีเพดานกำลังการผลิตสูงสุดที่กำหนดไว้ในแต่ละรอบ ระบบที่เล็กเกินไปอาจแทบไม่มีไฟส่วนเกินให้ขายเลยเพราะผลิตพอดีกับที่ใช้ในบ้าน ควรเช็คเงื่อนไขเพดานและประเมินพฤติกรรมใช้ไฟของบ้านก่อนตัดสินใจขนาดระบบ

ขายไฟคืนกับ Net Metering ของต่างประเทศเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน กลไกของไทยเป็นแบบ Feed-in Tariff คือรับซื้อไฟส่วนเกินในอัตราที่กำหนดแยกต่างหาก ซึ่งมักต่ำกว่าอัตราค่าไฟที่ซื้อจากการไฟฟ้า ต่างจาก Net Metering ในบางประเทศที่หักลบหน่วยไฟแบบ 1 ต่อ 1 ในอัตราเดียวกัน การเข้าใจความต่างนี้ช่วยให้ตั้งความคาดหวังเรื่องรายได้จากการขายไฟคืนได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น