วันพุธ, 22 พฤษภาคม 2567

วิธีแก้ปัญหาเครื่องค้าง แอพเด้งหลุดใน iOS และ Android เบื้องต้น

05 ก.ย. 2022
640

เมื่อมือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้ของคนในยุคปัจจุบันนี้ไปแล้ว และเราเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยประสบปัญหาเหล่านี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ คืออาการเครื่องค้างขณะใช้งานใน
แอพพลิเคชั่นอยู่ หรือเล่นอยู่ดีๆก็เด้งออกมาอยู่ที่หน้า Home Screen หรือบางทีก็กดอะไรไม่ได้เลย ทัชสกรีนก็ไม่ได้ และอาการอื่นๆอีกหลายอย่าง ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดจากการรวนของตัวระบบปฏิบัติการเอง ซึ่งอาจเนื่องมาจากการเปิดใช้งานนานๆ หรือการเปิดแอพพลิเคชันทิ้งไว้หลายตัวแล้วไม่ได้ปิด ซึ่งการเปิดใช้งานแอพพลิเคชันหลายๆตัวจะดึงการทำงานของเมมโมรี่ ที่มากเกินไป หรืออีกสาเหตุก็คือการติดตั้งของแอพพลิเคชั่นที่ไม่สมบูรณ์ มีไฟล์บางไฟล์อาจเสียหายไปทำให้การใช้งานแอพฯนั้นไม่เสถียรและก็เกิดอาการค้าง หรือเด้งออกขณะใช้งานอยู่ก็เป็นได้ค่ะ


เรามาดูวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นกันนะคะ ซึ่งการแก้ปัญหานี้จะใช้ได้ในกรณีที่เครื่องของคุณต้องไม่ผ่านความเสียหายในกรณีใดๆมาก่อนเลยนะคะ เป็นเครื่องที่ใช้งานมาปกติ คือไม่ได้ทำเครื่องตกหลังจากนั้นใช้งานแล้วค้าง หรือทำเครื่องตกน้ำมาแต่ยังใช้งานได้อยู่ อะไรประมาณนี้ค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อง่ายต่อการวิเคราะห์อาการเมื่อเกิดปัญหาค่ะ ซึ่งการแก้ปัญหาในเบื้องต้นนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาในส่วนของซอฟต์แวร์ตัวระบบ แต่ถ้าเครื่องมีปัญหาภายในตัวเครื่องเองซึ่งเป็นส่วนของฮาร์ดแวร์แล้วนั้น เราก็จำเป็นต้องส่งให้ผู่เชี่ยวชาญหรือช่างซ่อมดำเนินการตรวจสอบให้จะเป็นการดีกว่าค่ะ
ต่อไปมาดูการแก้ไขเบื้องต้นในระบบ IOS กันก่อนนะคะ

ระบบ iOS

  1. ปิดแอพพลิเคชั่นที่มีปัญหา
    เมื่อเครื่องมีอาการค้าง หรือเล่นแอพอยู่แล้วหลุด หรือเด้งออก ให้ทำการปิดแอพพลิเคชันนั้นๆโดย
    การกดปุ่ม Home เพื่อออกมาสู่หน้า Home Screen ก่อน จากนั้นทำการ กดปุ่ม Home 2 ครั้ง เพื่อเข้าสู่ Multitasking และดูแอพพลิเคชันที่กำลังทำงานอยู่ จากนั้นกดเลือกที่แอพพลิเคชันที่ต้องการปิดค้างไว้ รอให้ขึ้นเครื่องหมายกากบาทสีแดงที่มุมของไอคอนแอพพลอเคชันตัวนั้น จากนั้นทำการกดปิดแอพพลิเคชันตัวที่ต้องการได้เลยค่ะ
  2. รีสตาร์ทเครื่อง
    ในกรณีที่ไม่สามารถออกจากแอพพลิเคชันได้เลยหรือค้างไปหมด วิธีแก้ปัญหาคือกดปุ่ม Home ค้างไว้ จากนั้นทำการกดปุ่ม Sleep ด้านบนเครื่อง แล้วกดแบบนั้นค้างไว้จนกว่าหน้าจอจะดับไปเอง จากนั้นรอให้มีโลโก้แอปเปิ้ลโชว์ขึ้นมา แล้วจึงปล่อยมือ รอเครื่องบูตเสร็จ วิธีนี้สามารถทำได้แม้ว่าเครื่องไม่ได้ค้างก็ตามนะคะ เพราะจะเป็นการรีเซตค่าต่างๆและเป็นการเคลียร์แรมเครื่องไปในตัว ทำให้หลังจากเรารีสตาร์ทเครื่องมาจะทำให้เครื่องใช้งานได้ลื่นไหลและเร็วขึ้นด้วยค่ะ
  3. รีเซตเครื่อง
    ในกรณีจะใช้เมื่อเครื่องเข้าขั้นอาการหนักแล้ว ลองแก้ตามสองข้อด้านบนก็ไม่ได้ผล รีสตาร์ทมาก็ไม่หายค้าง ลบแอพพลิเคชันแล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิม วิธีนี้จะทำให้เครื่องถูกรีเซตค่าใหม่หมด จะเป็นเหมือนเครื่องใหม่ๆที่เพิ่งออกมาจากโรงงานเลยนะคะ แต่ข้อเสียก็คือข้อมูลต่างๆในเครื่องก็จะหายหมดเช่นกันค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำการรีเซตเครื่องควรถ่ายโอน
    ข้อมูลและแบคอัพกันก่อนด้วยนะคะ วิธีการทำรีเซตเครื่องก็คือไปที่
    Setting >> General >> Reset >> Reset All Setting เท่านี้ค่าต่างๆก็จะถูกรีเซตกลับเป็นค่าโรงงานหรือค่าตั้งต้นเลยค่ะ

ต่อไปมาดูการแก้ไขเบื้องต้นในระบบ Android กันต่อนะคะ

ระบบ Android

  1. ปิดแอพพลิเคชั่นที่มีปัญหา
    ทำโดยการเข้าไปที่ Setting >> เลือกแอพฯที่ต้องการปิด >> เลือกหัวข้อ Running จากนั้นหาชื่อแอพพลิเคชันที่ต้องการแล้วเลือก Stop
  2. รีสตาร์ทเครื่อง
    วิธีการง่ายๆเลยคือกดปุ่ม Powerค้างไว้ หรือถ้ายังไม่สามารถดับได้ให้กดปุ่ม Power
    ค้างไว้แล้วกดปุ่มเพิ่มเสียงหรือลดเสียง หลังจากเครื่องทำการรีสตาร์ทใหม่แล้วค่าต่างๆก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
  3. รีเซตเครื่อง
    ในกรณีนี้หากจะต้องใช้วิธีนี้สาเหตุก็คงจะไม่ต่างกับระบบ iOS ค่ะ นั่นคืออาการแฮงค์ของเครื่องเข้าขั้นหนัก ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ จึงจำเป็นต้องรีเซตระบบเครื่องใหม่ให้เหมือนเพิ่งออกจากโรงงานกันเลย
    วิธีการรีเซตเครื่องคือเข้าไปที่ Setting >> Backup & Reset >>Factory Reset จากนั้นเครื่องก็จะกลับมาเป็นเหมือนเครื่องใหม่เลยนะคะ และ แอพพลิเคชันต่างๆก็จะหายเกลี้ยงหมดเลย แต่ก็ได้ความเร็วความลื่นกลับมาแทน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะทำการรีเซตเครื่องอย่าลืมทำการแบคอัพข้อมูลไว้ก่อนด้วยนะคะ

จากวิธีการแก้ปัญหาที่แนะนำไปถือว่าเป็นการแก้ไขในเบื้องต้นเท่านั้นนะคะ ซึ่งสาเหตุของปัญหาที่พบอาจจะเป็นจากตัวระบบหรือตัวแอพพลิเคชั่นเอง ดังนั้นหากทำการแก้ไขตามบทความนี้แล้วยังมีอาการอยู่อีก ก็ลองลบแอพพลิเคชั่นนั้นออกแล้วทำการโหลดและติดตั้งใหม่ดูนะคะ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ