วันเสาร์, 3 ตุลาคม 2569

DeepSeek คืออะไร ใช้ฟรียังไง ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนใช้

03 ต.ค. 2026
1

DeepSeek คือแชทบอต AI จากบริษัทจีนชื่อเดียวกัน เปิดให้ใช้ฟรีผ่านเว็บไซต์และแอปมือถือ โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต จุดที่ทำให้ DeepSeek เป็นที่พูดถึงทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2025 คือโมเดล DeepSeek-R1 ที่คิดแบบเป็นเหตุเป็นผล (reasoning) ได้ใกล้เคียงโมเดลราคาแพงของค่ายอเมริกา แต่เปิดให้ดาวน์โหลดโค้ดไปใช้ต่อได้ฟรี

บทความนี้จะอธิบายว่า DeepSeek คืออะไร ใช้งานยังไงให้ถูกขั้นตอน พร้อมข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนเริ่มใช้งานจริง โดยเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่หลายประเทศออกมาเตือนไว้ชัดเจน


DeepSeek คืออะไร มาจากบริษัทไหน

DeepSeek เป็นบริษัท AI สัญชาติจีน มีฐานอยู่ที่เมืองหางโจว ก่อตั้งโดยทีมที่แยกตัวมาจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณ High-Flyer บริษัทพัฒนาโมเดลภาษาของตัวเองชื่อ DeepSeek-V3 และโมเดลเน้นการคิดเป็นขั้นเป็นตอนชื่อ DeepSeek-R1 ซึ่งเปิดตัวช่วงปลายเดือนมกราคม 2025 แล้วสร้างแรงสะเทือนไปทั้งตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เพราะมีรายงานว่าใช้ต้นทุนฝึกโมเดลต่ำกว่าคู่แข่งมาก ทั้งที่ผลลัพธ์ด้านการคิดเชิงเหตุผลและเขียนโค้ดอยู่ในระดับที่แข่งกับโมเดลชั้นนำได้

จุดที่ต่างจาก ChatGPT หรือ Claude ชัดที่สุดคือ DeepSeek เลือกเปิด open weight หมายถึงปล่อยไฟล์น้ำหนักโมเดลให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปรันบนเครื่องตัวเองหรือเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์ของ DeepSeek เพียงอย่างเดียว ต่างจากโมเดลปิดของค่ายใหญ่ส่วนมากที่ใช้ได้ผ่านช่องทางของบริษัทนั้นเท่านั้น

ทำไม DeepSeek ถึงเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก

ช่วงปลายเดือนมกราคม 2025 แอป DeepSeek ขึ้นอันดับ 1 แอปฟรียอดนิยมบน App Store ของสหรัฐอเมริกาภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว DeepSeek-R1 แซงหน้า ChatGPT ไปชั่วขณะหนึ่ง สิ่งที่ทำให้นักลงทุนและวงการเทคโนโลยีตกใจคือรายงานว่าทีมพัฒนาใช้ทรัพยากรและงบประมาณฝึกโมเดลน้อยกว่าที่ค่ายใหญ่ของสหรัฐใช้กันมาก แต่ผลลัพธ์ด้านการให้เหตุผล (reasoning) และการเขียนโค้ดกลับสูสีกับโมเดลระดับท็อป ข่าวนี้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและบริษัทที่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ปรับตัวแรงในวันเดียว เพราะตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าการสร้างโมเดล AI ระดับสูงอาจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลเหมือนที่เคยเชื่อกันอีกต่อไป

อีกเหตุผลที่ทำให้ DeepSeek ถูกพูดถึงต่อเนื่องคือการเลือกเปิดเผยงานวิจัยและปล่อยไฟล์โมเดลให้คนทั่วไปตรวจสอบและนำไปต่อยอดได้ ต่างจากหลายค่ายที่เก็บรายละเอียดทางเทคนิคไว้เป็นความลับ ทำให้ DeepSeek กลายเป็นตัวอย่างที่แวดวงวิจัย AI พูดถึงบ่อยเวลาพูดเรื่องความโปร่งใสของโมเดลโอเพนเวท

DeepSeek ใช้ฟรีได้ไหม เริ่มใช้งานยังไง

ใช้ฟรีได้จริง 100% สำหรับคนทั่วไปที่เข้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปมือถือ ไม่ต้องกรอกบัตรเครดิตตั้งแต่ขั้นสมัคร วิธีเริ่มใช้งานทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. เข้าเว็บไซต์ทางการของ DeepSeek หรือดาวน์โหลดแอป DeepSeek จาก App Store / Google Play (เลือกแอปที่มีผู้พัฒนาตรงกับชื่อบริษัท ระวังแอปปลอมที่ใช้ชื่อคล้ายกัน)
  2. สมัครสมาชิกด้วยอีเมลหรือเบอร์โทร ยืนยันตัวตนตามขั้นตอนบนหน้าจอ
  3. เลือกโหมดสนทนาปกติ หรือกดเปิดโหมด DeepThink เพื่อให้โมเดลคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอนก่อนตอบ เหมาะกับโจทย์คณิตศาสตร์หรือโค้ดที่ซับซ้อน
  4. พิมพ์คำถามหรือวางเนื้อหาที่ต้องการให้ช่วยสรุป/แปล/เขียนต่อ แล้วรอคำตอบ
  5. ถ้าต้องการใช้งานระดับนักพัฒนา สามารถสมัครใช้ API ของ DeepSeek แยกต่างหาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้จริง (ตรวจสอบอัตราล่าสุดบนหน้าราคาทางการก่อนผูกการใช้งานจริงเสมอ เพราะอัตรานี้ปรับเปลี่ยนได้ตลอด)

DeepSeek ต่างจาก ChatGPT กับ Claude ตรงไหน

ถ้ายังไม่คุ้นกับ AI แชทบอตค่ายอื่นมาก่อน แนะนำอ่านบทความ ChatGPT vs Gemini vs Claude ภาษาไทยใครเก่งสุด ควบคู่กัน เพราะหลายจุดเทียบกันตรงๆ ได้ สรุปความต่างหลักๆ ของ DeepSeek เทียบกับสองค่ายนั้นตามตารางนี้

หัวข้อ DeepSeek ChatGPT / Claude
ค่าใช้จ่ายฝั่งผู้ใช้ทั่วไป ใช้ฟรีผ่านเว็บ/แอป มีทั้งรุ่นฟรีและรุ่นเสียเงินรายเดือน
โมเดลเปิดให้ดาวน์โหลด เปิด (open weight) ให้รันเองได้ ปิด ใช้ได้ผ่านช่องทางบริษัทเท่านั้น
จุดเด่น คิดเป็นขั้นตอนเก่ง ต้นทุนรันต่อคำถามถูก ระบบนิเวศเครื่องมือครบ ตอบเป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง ข้อมูลเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน บางหัวข้ออ่อนไหวถูกกรองคำตอบ นโยบายข้อมูลเป็นไปตามกฎหมายฝั่งสหรัฐ/ยุโรป

ข้อดีของ DeepSeek ที่ควรรู้

  • ใช้ฟรีเต็มรูปแบบ ไม่มีกำแพงการใช้งานขั้นพื้นฐานเหมือนคู่แข่งหลายตัว
  • โหมด DeepThink โชว์ขั้นตอนการคิดให้เห็น ช่วยตรวจสอบที่มาของคำตอบได้ง่ายกว่าแชทบอตที่ตอบทันทีโดยไม่โชว์เหตุผล
  • เก่งเรื่องคณิตศาสตร์และเขียนโค้ดในระดับที่แข่งกับโมเดลชั้นนำได้ ทั้งที่เป็นของใช้ฟรี
  • เป็นโมเดลเปิด นักพัฒนาที่มีเครื่องแรงพอสามารถดาวน์โหลดไปรันเองได้ ไม่ต้องส่งข้อมูลออกไปนอกเครื่องเลยถ้าเลือกรันแบบออฟไลน์
  • ตอบสนองเร็ว รองรับการสนทนาต่อเนื่องยาวๆ ได้โดยไม่ต้องเริ่มแชทใหม่บ่อย
  • มี API ราคาย่อมเยากว่าค่ายใหญ่หลายเจ้าในมุมของนักพัฒนาที่ต้องเรียกใช้งานปริมาณมาก ช่วยลดต้นทุนรวมของโปรเจกต์ที่ต้องพึ่ง AI ตลอดเวลา

DeepThink กับโหมดสนทนาปกติ เลือกใช้ยังไง

DeepSeek มีสองโหมดหลักให้เลือก คือโหมดสนทนาปกติที่ตอบเร็วเหมาะกับคำถามทั่วไปอย่างแปลภาษา สรุปข้อความสั้นๆ หรือพูดคุยธรรมดา กับโหมด DeepThink ที่จะใช้เวลาคิดนานขึ้นก่อนตอบ เหมาะกับโจทย์ที่ต้องวิเคราะห์หลายขั้นตอน เช่น โจทย์คณิตศาสตร์ซับซ้อน การตรวจหาบั๊กในโค้ด หรือการวางแผนงานที่มีเงื่อนไขหลายชั้น จุดสังเกตคือ DeepThink จะโชว์ขั้นตอนการคิดให้เห็นเป็นข้อความระหว่างทาง ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าคำตอบสุดท้ายมาจากตรรกะแบบไหน ต่างจากโหมดปกติที่ตอบคำตอบสุดท้ายทันทีโดยไม่โชว์กระบวนการคิด

ข้อเสีย/ข้อควรระวังก่อนใช้ DeepSeek

ข้อกังวลหลักของ DeepSeek คือเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพราะข้อมูลที่พิมพ์ผ่านเว็บและแอปจะถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายจีนที่ต่างจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหรัฐหรือยุโรป ด้วยเหตุนี้หลายประเทศและหลายองค์กร เช่น หน่วยงานรัฐและบริษัทบางแห่งในอิตาลี เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ จึงออกคำสั่งห้ามหรือจำกัดการติดตั้งแอป DeepSeek บนอุปกรณ์ของทางราชการ/องค์กร ก่อนใช้งานกับข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทหรือข้อมูลส่วนตัวที่อ่อนไหว ควรตรวจสอบนโยบายของที่ทำงานตัวเองก่อนเสมอ

อีกจุดที่ต้องรู้คือ DeepSeek มีการกรองคำตอบในหัวข้อที่อ่อนไหวทางการเมืองจีน เช่น คำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หรือการเมืองภายในประเทศจีนบางเรื่อง โมเดลอาจตอบแบบหลีกเลี่ยงหรือไม่ตอบตรงๆ ถ้าต้องการข้อมูลที่เป็นกลางในหัวข้อเหล่านี้ ควรตรวจสอบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมเสมอ

ควรใช้ DeepSeek ทำงานแบบไหน ไม่ควรใช้ทำอะไร

DeepSeek เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลอ่อนไหว เช่น ช่วยอธิบายโจทย์คณิตศาสตร์ ช่วยตรวจโค้ด ช่วยสรุปบทความยาวๆ หรือช่วยร่างข้อความภาษาไทย/อังกฤษ แต่ไม่แนะนำให้วางข้อมูลลับของบริษัท ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลส่วนตัวที่กระทบความเป็นส่วนตัวสูง เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือเอกสารสัญญาที่มีข้อมูลอ่อนไหว ลงไปในแชท เพราะยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกจัดการอย่างไรหลังส่งเข้าไป

สรุปง่ายๆ เป็นสองกลุ่มได้ดังนี้

  • ใช้ได้สบายใจ: งานเรียน งานบ้าน ไอเดียคอนเทนต์ โจทย์คำนวณ ตรวจไวยากรณ์ ช่วยอธิบายโค้ด Public ที่ไม่มีข้อมูลลูกค้า
  • ควรเลี่ยง: ข้อมูลทางการเงินของบริษัท ข้อมูลสุขภาพ เอกสารราชการที่มีเลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลที่อยู่ภายใต้สัญญารักษาความลับ (NDA)

ถ้ายังไม่เคยใช้ AI แชทบอตมาก่อนเลยและอยากเริ่มจากตัวที่คนไทยใช้กันแพร่หลายที่สุด แนะนำอ่าน วิธีใช้ ChatGPT ฟรี ภาษาไทย เริ่มจากศูนย์ เป็นจุดเริ่มต้นก่อน แล้วค่อยลองเทียบกับ DeepSeek ดูว่าแบบไหนตอบโจทย์งานของตัวเองมากกว่า หรือถ้าอยากรู้จักอีกค่ายที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นจุดขาย อ่านเพิ่มที่ Claude AI คืออะไร ใช้ฟรียังไง

อัปเดตข้อมูล: ตุลาคม 2026

คำถามที่พบบ่อย

DeepSeek ปลอดภัยไหม ข้อมูลที่พิมพ์เข้าไปอยู่ที่ไหน

ข้อมูลที่พิมพ์ผ่านเว็บและแอปจะถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ในจีน ภายใต้กฎหมายจีน หลายประเทศจึงจำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ของทางราชการ ควรเลี่ยงใส่ข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลลับของบริษัทลงไป

DeepSeek ใช้ภาษาไทยได้ดีไหม

ตอบภาษาไทยได้เข้าใจง่ายในงานทั่วไป แต่ความลื่นไหลและความเป็นธรรมชาติของสำนวนยังสู้โมเดลที่เน้นตลาดภาษาไทยโดยตรงไม่ได้ในบางหัวข้อ ควรตรวจคำตอบซ้ำก่อนนำไปใช้งานจริงเสมอ

DeepSeek กับ ChatGPT ใช้ตัวไหนดีกว่า

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตัวไหนดีกว่าโดยรวม ขึ้นกับงานที่ใช้ ถ้าเน้นคำนวณ/เขียนโค้ดและอยากได้ของฟรี DeepSeek เป็นตัวเลือกที่น่าลอง ถ้าเน้นระบบนิเวศเครื่องมือครบและนโยบายข้อมูลที่คุ้นเคยกว่า ChatGPT หรือ Claude ตอบโจทย์มากกว่า

DeepSeek มีแอปไหม ใช้บนมือถือได้ไหม

มี ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ผ่าน App Store และ Google Play ควรเช็กชื่อผู้พัฒนาให้ตรงกับบริษัท DeepSeek จริงก่อนติดตั้ง เพราะมีแอปปลอมใช้ชื่อคล้ายกันปรากฏขึ้นมาหลังจาก DeepSeek เป็นที่นิยม

DeepSeek ห้ามคุยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

หัวข้อการเมืองและประวัติศาสตร์ที่อ่อนไหวต่อรัฐบาลจีนมักถูกกรองคำตอบหรือตอบแบบหลีกเลี่ยง ถ้าต้องการข้อมูลที่เป็นกลางในหัวข้อเหล่านี้ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติม