เปิดแอร์กี่องศาถึงประหยัดไฟสุด คำตอบสั้นคือ ยิ่งตั้งสูงยิ่งประหยัด 27 องศาจึงกินไฟน้อยกว่า 25 องศา แต่ส่วนต่างเป็นกี่บาทขึ้นกับรุ่นแอร์ ห้อง และชั่วโมงที่เปิด ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน บทความนี้ให้วิธีวัดผลจากมิเตอร์ของคุณเอง
อัปเดตข้อมูล: ตุลาคม 2026 บทความนี้ไม่ระบุอัตราค่าไฟจริง เพราะอัตราและค่า Ft เปลี่ยนได้ตามรอบบิล ให้ตรวจสอบล่าสุดกับบิลหรือการไฟฟ้าของคุณ ถ้าสนใจลดค่าไฟทั้งบ้านในระยะยาว ดูภาพรวมได้ที่ คู่มือติดโซลาร์เซลล์บ้านและลดค่าไฟ
ตั้งแอร์ 25 องศากับ 27 องศา ต่างกันที่ตรงไหน?
ต่างกันที่ระยะห่างระหว่างอุณหภูมิห้องจริงกับอุณหภูมิที่คุณตั้งไว้ ยิ่งตั้งต่ำ แอร์ก็ต้องดึงความร้อนออกจากห้องมากขึ้นและนานขึ้น คอมเพรสเซอร์จึงทำงานหนักกว่า ตัวเลขที่ตั้งไว้ไม่ได้ทำให้ลมเย็นออกมาเย็นกว่า แต่เป็นเป้าหมายที่เครื่องจะวิ่งไปให้ถึง
| หัวข้อ | ตั้ง 25 องศา | ตั้ง 27 องศา |
|---|---|---|
| ความเย็นที่รู้สึก | เย็นชัด เหมาะห้องที่โดนแดดหรือคนขี้ร้อน | เย็นสบาย ถ้ามีพัดลมช่วยจะรู้สึกเย็นไม่ต่างมาก |
| การทำงานของเครื่อง | ต้องดึงอุณหภูมิลงต่ำกว่า ทำงานนานกว่า | ถึงเป้าหมายเร็วกว่า เครื่องผ่อนกำลังได้เร็วกว่า |
| ค่าไฟ | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| เหมาะกับ | ห้องร้อนจัด ห้องเพดานต่ำ ห้องที่ไม่มีฉนวน | ห้องนอนทั่วไป ห้องที่ใช้งานตอนกลางคืน |
ที่ต้องระวังคือ คำว่า “ประหยัดกว่า” ไม่ได้แปลว่าห้องจะอยู่สบายเท่ากัน ถ้าตั้ง 27 แล้วคุณต้องลดเหลือ 24 กลางดึก ค่าไฟที่ได้ก็อาจไม่ต่างจากตั้ง 25 ตั้งแต่แรก จุดที่ดีที่สุดคืออุณหภูมิสูงสุดที่คุณยังหลับหรือทำงานได้สบาย
ตั้งแอร์กี่องศาถึงพอดีทั้งสบายและประหยัด?
หลายหน่วยงานด้านพลังงานในไทยแนะนำช่วงประมาณ 25-26 องศาสำหรับการใช้งานทั่วไป ซึ่งเป็นแนวทางกลางๆ ควรตรวจสอบคำแนะนำล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ ห้องที่ปิดมิดชิดและมีพัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศมักอยู่สบายที่ 26-27 องศา
ลองใช้ขั้นตอนนี้หาอุณหภูมิของห้องคุณ
- เริ่มที่ 26 องศา พร้อมเปิดพัดลมเบอร์เบาๆ ให้อากาศหมุน
- อยู่ในห้อง 20-30 นาที ถ้ายังร้อนค่อยลดทีละ 1 องศา อย่ากดลงต่ำทีเดียว
- ถ้านอนหลับแล้วรู้สึกหนาวกลางดึก ให้ขยับอุณหภูมิขึ้น 1 องศา หรือใช้ตั้งเวลา
- จดอุณหภูมิที่สบายที่สุดไว้ แล้วใช้ค่านี้เป็นค่าประจำของห้อง
เปิดแอร์ 25 กับ 27 องศา ค่าไฟต่างกันกี่บาท คิดยังไง?
คิดได้เองด้วยสูตรเดียว คือ หน่วยไฟ (kWh) = กำลังไฟเฉลี่ย (วัตต์) × ชั่วโมงที่เปิด ÷ 1,000 แล้วคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยในบิลของคุณ ปัญหาคือกำลังไฟเฉลี่ยของแอร์เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิที่ตั้ง จึงต้องวัดจริง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อสอนวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ผลวัดจริงของรุ่นใด สมมติแอร์กินไฟเฉลี่ย 800 วัตต์ที่ 25 องศา และ 700 วัตต์ที่ 27 องศา เปิด 8 ชั่วโมง 30 วัน
| รายการ | 25 องศา (สมมติ) | 27 องศา (สมมติ) |
|---|---|---|
| วัตต์เฉลี่ย | 800 | 700 |
| หน่วยไฟต่อเดือน | 800 × 8 × 30 ÷ 1,000 = 192 หน่วย | 700 × 8 × 30 ÷ 1,000 = 168 หน่วย |
| ส่วนต่าง | 24 หน่วยต่อเดือน นำไปคูณค่าไฟต่อหน่วยในบิลของคุณ | |
ถ้าอยากให้ตัวเลขใกล้ความจริง ให้เปลี่ยนวัตต์สมมติเป็นค่าจริงของบ้านคุณ ลองใช้ เครื่องมือคำนวณค่าไฟแอร์ ใส่ BTU ชั่วโมงใช้งาน และอัตราค่าไฟจากบิลของคุณเอง ส่วนวิธีคำนวณแบบละเอียดทุกขนาด BTU อ่านต่อที่ วิธีคำนวณค่าไฟแอร์ต่อเดือนด้วยตัวเอง + ตารางทุก BTU
วิธีวัดผลจริงจากมิเตอร์ที่บ้านทำยังไง?
วิธีนี้แม่นที่สุดเพราะวัดจากแอร์และห้องของคุณเอง ไม่ต้องเชื่อตัวเลขใคร ถ้าบ้านมีแอร์ตัวเดียวที่ใช้ไฟหลักจะยิ่งแม่น
- คืนแรก ตั้ง 25 องศา เปิดเวลาเดิม เช่น 22:00-06:00 จดเลขมิเตอร์ก่อนเปิดและหลังปิด
- คืนที่สองในสภาพอากาศใกล้เคียงกัน ตั้ง 27 องศา จดเลขมิเตอร์แบบเดียวกัน
- ลบเลขสิ้นสุดด้วยเลขเริ่มต้นของแต่ละคืนเพื่อได้จำนวนหน่วย
- ทำซ้ำอย่างน้อย 3 คืนต่อค่าตั้ง แล้วเฉลี่ย เพราะอากาศภายนอกเปลี่ยนทุกวัน
- งดเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใหญ่อื่นระหว่างทดสอบ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นหรือเครื่องซักผ้า
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวไหนกินไฟผิดปกติ ให้อ่าน ค่าไฟแพงผิดปกติ เช็กไฟรั่วเองจากมิเตอร์ทีละขั้น เพื่อใช้วิธีอ่านมิเตอร์เดียวกัน
นอกจากองศา อะไรอีกที่ทำให้แอร์กินไฟมากกว่าที่ควร?
บ่อยครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เลขที่ตั้ง แต่เป็นสภาพห้องและเครื่อง ถ้าแก้ตรงนี้ได้ ตั้ง 27 แล้วห้องก็ยังเย็นพอ
- แอร์สกปรก ฟิลเตอร์อุดตันทำให้ลมผ่านน้อยลง เครื่องต้องทำงานนานขึ้น ดูวิธีล้างเองและความถี่ที่ ล้างแอร์เองได้ไหม ล้างบ่อยแค่ไหนถึงช่วยประหยัดไฟ
- ห้องรั่วความร้อน ประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ผ้าม่านบางๆ ผนังรับแดดตรงๆ
- ขนาด BTU ไม่เหมาะกับห้อง เล็กไปจะวิ่งไม่หยุด ใหญ่ไปจะตัดบ่อย
- แอร์เก่า ประสิทธิภาพตกตามอายุ เทียบรุ่นเก่ากับ Inverter ได้ที่ แอร์ Inverter vs ธรรมดา ประหยัดต่างกันกี่บาทต่อเดือน
- พัดลมช่วยหมุนอากาศ ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นโดยไม่ต้องลดองศา
ถ้าแอร์ไม่เย็นทั้งที่ตั้งต่ำแล้ว แสดงว่าเป็นปัญหาที่เครื่อง ไม่ใช่เรื่ององศา ลองไล่ตาม แอร์ไม่เย็นแต่ค่าไฟพุ่ง สาเหตุ 7 ข้อที่เช็กเองได้
เปิดแอร์แบบไหนช่วยประหยัดไฟได้อีก นอกจากตั้งอุณหภูมิ?
- ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทก่อนเปิดแอร์ และปิดม่านฝั่งที่โดนแดด
- เปิดพัดลมคู่กับแอร์ แล้วตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา
- ใช้ตั้งเวลาปิดหรือโหมดประหยัดไฟช่วงหลับลึก ถ้าเครื่องมีให้
- อย่าเปิดแอร์ในห้องที่ไม่มีคนอยู่
- ล้างฟิลเตอร์สม่ำเสมอ ตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
ภาพรวมวิธีลดค่าไฟทั้งบ้านเรียงตามผลจริง อ่านได้ที่ วิธีลดค่าไฟบ้าน 20 วิธีเรียงตามผลลัพธ์จริง
คำถามที่พบบ่อย
เปิดแอร์กี่องศาถึงประหยัดไฟที่สุด
ในมุมค่าไฟ ยิ่งตั้งอุณหภูมิสูงขึ้นเครื่องยิ่งทำงานน้อยลงและประหยัดขึ้น แต่ต้องเป็นอุณหภูมิที่คุณนอนหรือทำงานได้สบาย ทางปฏิบัติคนส่วนใหญ่เริ่มที่ 26-27 องศาพร้อมเปิดพัดลมช่วย แล้วลดลงทีละองศาถ้ายังร้อน
ตั้ง 25 องศากับ 27 องศา ค่าไฟต่างกันกี่บาท
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับรุ่นแอร์ ขนาดห้อง ความร้อนของห้อง และชั่วโมงที่เปิด ให้ใช้วิธีวัดจริง จดเลขมิเตอร์ก่อนและหลังเปิดแต่ละอุณหภูมิ แล้วคูณค่าไฟต่อหน่วยตามบิลของคุณเอง หรือใช้เครื่องมือคำนวณค่าไฟแอร์ของเว็บนี้
ตั้งอุณหภูมิต่ำมากๆ ให้ห้องเย็นเร็วกว่าจริงไหม
ไม่จริง แอร์ส่วนใหญ่ทำความเย็นด้วยความแรงเท่าเดิมจนกว่าจะถึงอุณหภูมิที่ตั้ง การตั้งต่ำเกินจำเป็นแค่ทำให้เครื่องทำงานนานขึ้นและห้องเย็นเกินความต้องการ ถ้าอยากให้เย็นไว ให้ใช้โหมดทำความเย็นเร็วชั่วคราวหรือปิดช่องรั่วความร้อนของห้อง
เปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งคืนกับเปิดๆ ปิดๆ แบบไหนประหยัดกว่า
สำหรับแอร์ Inverter การเปิดต่อเนื่องที่อุณหภูมิพอดีมักไม่เปลืองกว่าการปิดเปิดบ่อย เพราะตอนสตาร์ตใหม่เครื่องต้องทำงานหนักเพื่อดึงห้องที่ร้อนกลับมา ส่วนแอร์ธรรมดาจะตัดต่อคอมเพรสเซอร์เองตามเทอร์โมสตัท ถ้าจะออกจากห้องนานหลายชั่วโมงให้ปิด
โหมด Dry หรือโหมดประหยัดไฟ ช่วยลดค่าไฟได้จริงไหม
ช่วยได้ในบางสภาพอากาศ โหมดประหยัดไฟมักจำกัดกำลังเครื่องหรือปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อยตามเวลา ส่วนโหมด Dry เหมาะกับวันที่อากาศชื้นแต่ไม่ร้อนมาก ถ้าห้องร้อนจัดโหมดทำความเย็นปกติจะให้ความสบายมากกว่า ควรลองเทียบกับมิเตอร์ของคุณเอง
แอร์เก่ากับแอร์ใหม่ ตั้งอุณหภูมิเท่ากันกินไฟเท่ากันไหม
ไม่เท่ากัน แอร์แต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพต่างกัน แอร์ Inverter ที่สะอาดและติดตั้งดีมักปรับกำลังตามความต้องการได้ละเอียดกว่าแอร์ธรรมดา ดูรายละเอียดเปรียบเทียบได้ในบทความแอร์ Inverter vs ธรรมดา