วันพฤหัสบดี, 22 ตุลาคม 2569

ตู้เย็นกินไฟเดือนละกี่บาท วิธีใช้ให้ประหยัดไฟที่ได้ผลจริง

22 ต.ค. 2026
1

ตู้เย็นกินไฟเดือนละกี่บาท ตอบสั้นๆ คือต้องดูจากตัวเลข kWh/ปี บนป้ายฉลากประหยัดไฟของตู้ตัวเอง แล้วคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยในบิลของคุณ ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นหนึ่งในตัวหลักของบิลค่าไฟบ้านเกือบทุกหลัง

อัปเดตข้อมูล: ตุลาคม 2026 ถ้าอยากลดค่าไฟทั้งบ้านในระยะยาว ดูคู่มือโซลาร์บ้านประกอบได้ ส่วนบทความนี้เน้นเรื่องตู้เย็นโดยเฉพาะ คือคำนวณค่าไฟเอง ดูว่าอะไรทำให้ตู้กินไฟเกินจำเป็น และวิธีแก้ที่ทำได้ทันที


ตู้เย็นกินไฟเดือนละกี่บาท คำนวณเองได้อย่างไร

สูตรที่ใช้ได้กับตู้เย็นทุกรุ่นคือ หน่วยต่อเดือน = kWh/ปี ÷ 12 แล้วเอาไปคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยตามบิลของคุณ ค่าไฟต่อหน่วยแต่ละบ้านไม่เท่ากัน ขึ้นกับอัตราของการไฟฟ้า ขั้นการใช้ และค่า Ft ในรอบนั้น ผมจึงไม่ใส่อัตราตายตัวให้ ให้ใช้ตัวเลขจากบิลล่าสุดของคุณเอง หรือตรวจสอบล่าสุดกับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

  1. หาป้ายฉลากประหยัดไฟ ที่ตัวตู้ จะมีตัวเลขการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อปี หน่วย kWh/ปี ถ้าป้ายหลุดไปแล้ว ให้ดูในคู่มือหรือหน้าสเปกของรุ่นนั้นบนเว็บผู้ผลิต
  2. หารด้วย 12 จะได้หน่วยไฟโดยประมาณต่อเดือน
  3. คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วย จากบิลของคุณ ได้เป็นบาทต่อเดือน
  4. เผื่อความต่าง ตัวเลขบนป้ายวัดในสภาพห้องทดสอบ ใช้จริงในบ้านที่ร้อนหรือเปิดตู้บ่อยอาจสูงกว่านี้

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่อัตราจริง): ถ้าป้ายระบุ 300 kWh/ปี จะได้ 25 หน่วยต่อเดือน และถ้าสมมติค่าไฟหน่วยละ 4 บาท ก็ประมาณ 100 บาทต่อเดือน ให้เปลี่ยนเลขทั้งสองตัวเป็นของตู้และบิลของคุณเอง ถ้าอยากเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวอื่นด้วยวิธีเดียวกัน ลองคำนวณค่าไฟแอร์ที่ เครื่องมือคำนวณค่าไฟแอร์ ซึ่งใช้หลักคิดเดียวกัน

อะไรทำให้ตู้เย็นกินไฟมากกว่าที่ป้ายบอก

ตัวเลขบนป้ายเป็นค่ามาตรฐาน แต่ในบ้านจริงมีหลายอย่างที่ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น ตารางนี้สรุปสาเหตุที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรทำ

สาเหตุ ทำไมกินไฟเพิ่ม วิธีแก้
ยางขอบประตูเสื่อมหรือปิดไม่สนิท ลมเย็นรั่วออก คอมเพรสเซอร์ทำงานบ่อยขึ้น ลองหนีบกระดาษที่ขอบประตู ถ้าดึงออกได้ง่ายเกินไปแสดงว่ายางหลวม ควรเปลี่ยนยาง
วางชิดผนังหรือใกล้แหล่งความร้อน ระบายความร้อนได้ไม่ดี เว้นช่องว่างด้านหลังและด้านข้างตามคู่มือ และไม่วางใกล้เตาหรือแดดส่อง
ตั้งอุณหภูมิเย็นเกินจำเป็น ทำความเย็นต่ำกว่าที่อาหารต้องการ ตั้งช่องธรรมดาราว 3-5 องศาเซลเซียส
เปิดประตูบ่อยหรือค้างนาน อากาศร้อนไหลเข้า ต้องทำความเย็นซ้ำ รู้ก่อนว่าจะหยิบอะไร แล้วเปิดครั้งเดียว
ใส่อาหารร้อนเข้าไปทันที เพิ่มความร้อนภายในตู้ รอให้อาหารเย็นลงที่อุณหภูมิห้องก่อน แต่ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินไปเพื่อความปลอดภัยของอาหาร
คอยล์ร้อนมีฝุ่นเกาะ (รุ่นที่เห็นคอยล์ด้านหลัง) แลกเปลี่ยนความร้อนได้ไม่ดี ถอดปลั๊กแล้วปัดฝุ่นเบาๆ ตามคู่มือของรุ่นนั้น

ถ้าอยากรู้ว่าตู้เย็นอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้าน ดูภาพรวมได้ในบทความ 20 วิธีลดค่าไฟบ้าน ซึ่งเรียงลำดับตามผลลัพธ์จริง

ใช้ตู้เย็นอย่างไรให้ประหยัดไฟที่ได้ผลจริง

วิธีด้านล่างเรียงจากที่ทำได้ฟรีและเห็นผลง่ายไปหาที่ต้องลงทุน ไม่ต้องทำครบทุกข้อ เริ่มจากข้อที่บ้านคุณยังไม่ได้ทำก่อน

  1. ตั้งอุณหภูมิให้พอดี ช่องธรรมดาราว 3-5 องศาเซลเซียส ช่องแช่แข็งราว -18 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นแนวทางทั่วไปด้านความปลอดภัยของอาหาร
  2. เว้นช่องระบายอากาศ อย่าวางชิดผนังจนสุด ดูระยะที่คู่มือแนะนำสำหรับรุ่นของคุณ
  3. ตรวจยางขอบประตู ถ้าหลวมหรือแข็งกรอบให้เปลี่ยน ราคาอะไหล่ต่างกันตามรุ่น ควรสอบถามศูนย์บริการหรือร้านอะไหล่
  4. เก็บของให้พอดี ไม่ว่างโหรงและไม่อัดแน่นจนลมเย็นไหลเวียนไม่ได้ ตู้ที่มีของพอดีช่วยเก็บความเย็นได้ดีกว่าตู้ว่าง
  5. ลดการเปิดประตู รู้ก่อนว่าจะหยิบอะไร เปิดครั้งเดียวแล้วปิด รายละเอียดอ่านต่อได้ที่ เปิดตู้เย็นบ่อยๆ เปลืองไฟจริงไหม
  6. ละลายน้ำแข็งเป็นระยะ เฉพาะรุ่นที่ต้องละลายเอง ถ้าน้ำแข็งเกาะหนาจะลดประสิทธิภาพการทำความเย็น ส่วนรุ่นระบบไม่เกาะน้ำแข็งไม่ต้องทำ
  7. ปล่อยอาหารร้อนเย็นก่อนแช่ แต่อย่าทิ้งไว้นานเกินกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหาร
  8. เลือกขนาดตู้ให้เหมาะกับจำนวนคนในบ้าน ตู้ใหญ่เกินจำเป็นกินไฟมากกว่าโดยไม่ได้ใช้พื้นที่ครบ
  9. เมื่อซื้อใหม่ ดูป้ายเบอร์ 5 และตัวเลข kWh/ปี ไม่ใช่แค่ดูเบอร์ เพราะตู้ขนาดต่างกันที่เบอร์เท่ากันกินไฟไม่เท่ากัน

มีคนถามว่าเอาปลั๊กไฟอัจฉริยะมาเสียบตู้เย็นเพื่อตัดไฟเวลาไม่อยู่ได้ไหม ผมไม่แนะนำ เพราะตู้เย็นควรเปิดต่อเนื่อง ปลั๊กอัจฉริยะเหมาะกับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเปิดตลอดมากกว่า

ตู้เย็นเก่าควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และคุ้มไหม

ไม่มีเกณฑ์อายุที่ตายตัว ผมแนะนำให้ดูสัญญาณเหล่านี้แทน

  • คอมเพรสเซอร์ทำงานแทบไม่หยุด หรือเสียงดังผิดปกติ
  • ซ่อมบ่อย หรือค่าซ่อมครั้งเดียวสูงเมื่อเทียบกับราคาตู้ใหม่
  • ตัวตู้ด้านนอกหรือด้านหลังอุ่นมากผิดปกติ
  • ยางขอบประตูเสื่อมและหาอะไหล่ไม่ได้
  • ตู้เล็กหรือใหญ่เกินการใช้งานจริงของบ้านแล้ว

วิธีตัดสินคือเอาหน่วยไฟที่ตู้เก่ากินเทียบกับตู้ใหม่ ถ้าไม่มีป้ายตู้เก่า ให้ลองวัดด้วยมิเตอร์วัดไฟแบบเสียบปลั๊กสัก 1-2 วันแล้วคูณขึ้น จากนั้นนำส่วนต่างไปคำนวณระยะคืนทุนกับราคาตู้ใหม่ ซึ่งผมอธิบายขั้นตอนไว้ใน เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 คุ้มไหม คำนวณคืนทุนกี่ปี ราคาตู้ใหม่ให้ตรวจสอบล่าสุดกับร้านค้าหรือผู้ผลิต เพราะเปลี่ยนตามโปรโมชั่น

คำถามที่พบบ่อย

ตู้เย็นกินไฟเดือนละกี่หน่วย

ขึ้นกับขนาด รุ่น และอายุของตู้ วิธีที่แม่นที่สุดคือดูตัวเลขการใช้พลังงานต่อปี (kWh/ปี) บนป้ายฉลากประหยัดไฟของตู้ตัวเอง แล้วหารด้วย 12 จะได้หน่วยต่อเดือนโดยประมาณ ค่าจริงอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ตามอุณหภูมิห้อง และความถี่ในการเปิดตู้

ควรปิดตู้เย็นตอนกลางคืนเพื่อประหยัดไฟไหม

ไม่ควร เพราะอาหารจะอุ่นขึ้นจนเสี่ยงเสีย และตอนเปิดใหม่คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักเพื่อดึงอุณหภูมิกลับ การประหยัดที่ได้มักไม่คุ้มกับความเสี่ยงของอาหาร ตู้เย็นออกแบบมาให้เปิดต่อเนื่องอยู่แล้ว

ตู้เย็นใหม่เบอร์ 5 ประหยัดกว่าตู้เก่าจริงไหม

โดยทั่วไปตู้รุ่นใหม่ที่มีระบบคอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์เตอร์มีประสิทธิภาพดีกว่าตู้เก่ามาก แต่จะคุ้มค่าเปลี่ยนหรือไม่ต้องเทียบหน่วยไฟที่ลดได้กับราคาตู้ใหม่ ลองดูวิธีคิดคืนทุนในบทความเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ลิงก์ไว้ด้านบน

ควรตั้งอุณหภูมิตู้เย็นกี่องศา

ช่องธรรมดามักตั้งไว้ราว 3-5 องศาเซลเซียส และช่องแช่แข็งราว -18 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นแนวทางทั่วไปด้านความปลอดภัยของอาหาร ตั้งให้เย็นกว่านี้ไม่ได้ทำให้อาหารปลอดภัยขึ้นแต่กินไฟมากขึ้น ควรดูคำแนะนำในคู่มือของรุ่นที่ใช้ประกอบ

ตู้เย็นที่ไม่ค่อยมีของ กินไฟน้อยลงไหม

ตู้ที่ว่างเกินไปอาจไม่ช่วยให้ประหยัด เพราะเมื่อเปิดประตู อากาศเย็นในตู้ไหลออกมากกว่าและต้องทำความเย็นใหม่ ส่วนของที่แน่นจนลมเย็นไม่ไหลเวียนก็ไม่ดี ควรเก็บของให้พอดี ไม่ว่างโหรงและไม่อัดแน่น