วันพฤหัสบดี, 17 กันยายน 2569

ก่อนใช้ AI ต้องรู้ ข้อมูลอะไรห้ามพิมพ์ใส่ AI เด็ดขาด

17 ก.ย. 2026
2

ข้อมูลที่ห้ามพิมพ์ใส่ AI แชทบอทอย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Copilot คือข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ชัดเจน (เลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน รหัส OTP) ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลสุขภาพ และเอกสารลับของบริษัทหรือของลูกค้า เพราะข้อความที่พิมพ์เข้าไปอาจถูกเก็บไว้ในระบบของผู้ให้บริการ หรือถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลต่อได้ถ้ายังไม่ได้ปิดการตั้งค่านี้ไว้ บทความนี้สรุปให้ชัดว่าข้อมูลกลุ่มไหนเสี่ยงที่สุด และควรใช้ AI แบบไหนให้ปลอดภัยกว่าเดิม

ทุกวันนี้คนไทยเปิดใช้ AI แชทบอทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ถามข้อมูลทั่วไปไปจนถึงเอาเอกสารจริงเข้าไปให้ช่วยสรุปหรือแก้ไข ถ้ายังไม่เคยเริ่มใช้ ลองอ่านวิธีใช้ ChatGPT ฟรี ภาษาไทย เริ่มจากศูนย์ก่อนได้ แต่ก่อนจะพิมพ์อะไรลงไปในช่องแชท ควรรู้ก่อนว่ามีข้อมูลบางประเภทที่ไม่ควรพิมพ์เข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะใช้ AI ตัวไหนก็ตาม เพราะความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตัวบริษัทผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวข้อความเองที่อาจหลุดออกไปได้หลายทาง


ทำไมข้อมูลที่พิมพ์ใส่ AI ถึงเสี่ยงกว่าที่คิด

หลายคนคิดว่าแชทกับ AI เหมือนคุยกับตัวเองในหัว พิมพ์แล้วก็จบ แต่จริงๆ แล้วข้อความทุกบรรทัดที่พิมพ์เข้าไปต้องเดินทางผ่านระบบของผู้ให้บริการก่อนจะได้คำตอบกลับมา ซึ่งมีความเสี่ยงหลายจุดที่คนทั่วไปมองข้าม

  • ถูกเก็บเป็นประวัติแชท — ผู้ให้บริการส่วนใหญ่เก็บบทสนทนาไว้ในบัญชีผู้ใช้ตามค่าเริ่มต้น เพื่อให้กลับมาดูย้อนหลังได้
  • อาจถูกใช้ฝึกโมเดลต่อ — ถ้าไม่ได้ปิดตัวเลือก “ใช้ข้อมูลแชทเพื่อพัฒนาโมเดล” ข้อความอาจถูกนำไปใช้ปรับปรุงระบบ ซึ่งในบางกรณีอาจมีคนตรวจสอบเนื้อหาจริงประกอบด้วย
  • เสี่ยงหลุดถ้าบัญชีถูกแฮ็ก — ประวัติแชทที่มีข้อมูลอ่อนไหวสะสมไว้นาน ถ้าบัญชีหลุดหรือรหัสผ่านถูกขโมย ข้อมูลทั้งหมดก็หลุดไปด้วย
  • เอาคืนไม่ได้ — ต่างจากข้อความที่ลบในแอปแชททั่วไป การลบประวัติใน AI บางเจ้าไม่ได้แปลว่าข้อมูลหายไปจากระบบเบื้องหลังทันที

ข้อมูลอะไรบ้างที่ห้ามพิมพ์ใส่ AI เด็ดขาด

แบ่งเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงที่ควรระวังที่สุด เรียงจากกลุ่มที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

1. ข้อมูลระบุตัวตน

เลขบัตรประชาชน 13 หลัก เลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิดพร้อมชื่อ-นามสกุลเต็ม และที่อยู่บ้านแบบละเอียด เป็นชุดข้อมูลที่พอเอาไปรวมกันแล้วสามารถใช้สวมรอยตัวตนได้ทันที ไม่ควรพิมพ์เข้าไปแม้จะแค่ขอให้ AI ช่วยกรอกฟอร์มหรือร่างเอกสารก็ตาม

2. ข้อมูลทางการเงิน

เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต/เดบิตครบชุด รหัส CVV วันหมดอายุบัตร และยอดเงินในบัญชี คือข้อมูลที่นำไปใช้ทำธุรกรรมปลอมได้โดยตรง ถ้าต้องการให้ AI ช่วยคำนวณเรื่องการเงิน ให้ใช้ตัวเลขสมมติแทนตัวเลขจริงเสมอ

3. รหัสผ่านและรหัส OTP

รหัสผ่านทุกชนิด รหัส OTP ที่ส่งมาทาง SMS หรือแอป และคำตอบของคำถามกู้คืนบัญชี (เช่น ชื่อสัตว์เลี้ยงตัวแรก) ไม่ควรพิมพ์เข้าไปใน AI เด็ดขาด ต่อให้แค่ถามว่า “รหัสผ่านแบบนี้ปลอดภัยไหม” ก็ควรใช้ตัวอย่างสมมติแทนรหัสจริงที่ใช้งานอยู่

4. ข้อมูลสุขภาพส่วนตัวหรือของคนอื่น

ผลตรวจสุขภาพ ประวัติการรักษา ชื่อยาที่ใช้ประจำ หรือข้อมูลสุขภาพของคนในครอบครัว เป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าต้องการถาม AI เรื่องสุขภาพ ให้ถามแบบทั่วไปโดยไม่ระบุชื่อคนไข้หรือหมายเลขคนไข้จริง

5. เอกสารลับของบริษัทหรือของลูกค้า

สัญญาที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ข้อมูลพนักงาน (เงินเดือน เลขบัตรประชาชน) ซอร์สโค้ดที่มีข้อมูลลับทางธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าที่บริษัทมีหน้าที่รักษาความลับตามกฎหมาย ห้ามอัปโหลดหรือพิมพ์เข้า AI สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์กรก่อน เพราะอาจผิดทั้งนโยบายบริษัทและกฎหมายคุ้มครองข้อมูล

6. ข้อมูลของเด็ก

ชื่อ ภาพ ที่อยู่โรงเรียน หรือข้อมูลระบุตัวตนของเด็ก ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะเด็กยังไม่สามารถให้ความยินยอมเรื่องข้อมูลส่วนตัวของตัวเองได้ และข้อมูลเหล่านี้เสี่ยงถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีมากกว่าข้อมูลผู้ใหญ่

7. ข้อมูลชีวมิติ

ภาพถ่ายใบหน้าชัดเจนพร้อมชื่อจริง ลายนิ้วมือ หรือข้อมูลสแกนม่านตา เป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ตลอดชีวิต ต่างจากรหัสผ่านที่เปลี่ยนใหม่ได้ ถ้าหลุดออกไปแล้วแก้ไขคืนแทบไม่ได้เลย

ตารางสรุป: ประเภทข้อมูล ความเสี่ยง และสิ่งที่ควรทำแทน

ประเภทข้อมูล ความเสี่ยงหลัก ควรทำแทน
เลขบัตรประชาชน/พาสปอร์ต สวมรอยตัวตน ปิดบังตัวเลขบางส่วน หรือไม่พิมพ์เลย
เลขบัญชี/บัตรเครดิต ธุรกรรมปลอม ใช้ตัวเลขสมมติในการคำนวณ
รหัสผ่าน/OTP บัญชีถูกเจาะ ใช้ตัวอย่างสมมติเวลาถามคำแนะนำ
ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลอ่อนไหวหลุด ถามแบบทั่วไป ไม่ระบุชื่อ/เลขคนไข้
เอกสารลับบริษัท ผิดนโยบาย/กฎหมาย ขออนุญาตองค์กรก่อน ใช้เวอร์ชันธุรกิจ
ข้อมูลเด็ก ใช้ยินยอมแทนไม่ได้ เลี่ยงระบุตัวตนเด็กโดยตรง
ข้อมูลชีวมิติ แก้ไข/เปลี่ยนใหม่ไม่ได้ ไม่อัปโหลดภาพใบหน้าชัดพร้อมชื่อจริง

ChatGPT, Gemini, Copilot เก็บข้อมูลที่พิมพ์ไปจริงไหม

ผู้ให้บริการ AI รายใหญ่ทุกเจ้าเก็บประวัติการสนทนาไว้ในบัญชีผู้ใช้ตามค่าเริ่มต้น และส่วนใหญ่มีตัวเลือกให้ปิดการนำข้อมูลไปใช้ฝึกโมเดล หรือตั้งให้ลบประวัติแชทอัตโนมัติหลังผ่านไประยะหนึ่ง แต่รายละเอียดของแต่ละเจ้าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งตำแหน่งเมนูตั้งค่าและเงื่อนไขการเก็บข้อมูล จึงไม่ขอฟันธงตัวเลขระยะเวลาเก็บข้อมูลหรือรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละเจ้าในบทความนี้ แนะนำให้เข้าไปดูหน้าการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy/Data Controls) ในบัญชีของตัวเองโดยตรงเป็นระยะ เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่แม่นยำที่สุด

สำหรับคนที่ใช้ Copilot ใน Windows 11 และกังวลเรื่องข้อมูลที่พิมพ์เข้าไปถูกส่งไปไหน มีรายละเอียดวิธีปิดฟีเจอร์นี้ทีละขั้นอยู่ในCopilot ใน Windows 11 ใช้อะไรได้บ้าง ปิดยังไงถ้าไม่ใช้ ซึ่งอธิบายทั้งการตั้งค่าผ่าน Settings และ Group Policy สำหรับคนที่ไม่อยากให้ระบบเชื่อมกับ AI เลย

อัปโหลดเอกสารหรือรูปภาพเข้า AI เสี่ยงแค่ไหน

การพิมพ์ข้อความคือความเสี่ยงหนึ่ง แต่การอัปโหลดไฟล์ทั้งไฟล์เสี่ยงกว่านั้น เพราะเอกสารจริงมักมีข้อมูลอ่อนไหวติดมาโดยไม่ทันสังเกต เช่น การอัปโหลดเรซูเม่ให้ AI ช่วยปรับแก้ตามที่อธิบายไว้ในใช้ ChatGPT เขียนเรซูเม่ + จดหมายสมัครงาน ทีละขั้น เรซูเม่หลายฉบับมีเบอร์โทร ที่อยู่เต็ม หรือแม้แต่เลขบัตรประชาชนติดอยู่ในไฟล์ต้นฉบับที่ใช้สมัครงานที่อื่นมาก่อน ควรลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกก่อนอัปโหลดทุกครั้ง

เช่นเดียวกับเครื่องมือแบบNotebookLM ที่ใช้สรุปเอกสารยาวๆ ถ้าเอกสารที่อัปโหลดมีข้อมูลลับของบริษัทหรือข้อมูลลูกค้าปนอยู่ ต้องเช็คก่อนว่าไฟล์นั้นได้รับอนุญาตให้เอาออกนอกระบบองค์กรหรือไม่ ไม่ใช่แค่เช็คว่าเครื่องมือนั้น “ดูน่าเชื่อถือ” เพราะความรับผิดชอบเรื่องข้อมูลรั่วอยู่ที่คนอัปโหลด ไม่ใช่ที่ตัวเครื่องมือ

วิธีใช้ AI ให้ปลอดภัย 7 ข้อ

  1. ปิดการใช้ประวัติแชทไปฝึกโมเดล ถ้าผู้ให้บริการมีตัวเลือกนี้ในหน้าการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
  2. อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวคร่าวๆ ก่อนเริ่มใช้ครั้งแรก โดยเฉพาะหัวข้อเรื่องการเก็บและใช้ข้อมูล
  3. แทนที่ข้อมูลจริงด้วยข้อมูลสมมติก่อนพิมพ์หรืออัปโหลด เช่น เปลี่ยนชื่อจริงเป็น “นาย ก.” เปลี่ยนเลขบัญชีจริงเป็นเลขสุ่ม
  4. ใช้บัญชีเวอร์ชันองค์กร/ธุรกิจถ้าต้องเอาข้อมูลบริษัทเข้าไปทำงาน เพราะมักมีเงื่อนไขคุ้มครองข้อมูลชัดเจนกว่าบัญชีฟรีทั่วไป
  5. ลบประวัติแชทที่มีข้อมูลอ่อนไหวออกทันทีหลังใช้งานเสร็จ ไม่ปล่อยค้างไว้ในบัญชี
  6. อย่าใช้เครื่องสาธารณะหรือบัญชีที่ไม่ใช่ของตัวเองพิมพ์ข้อมูลส่วนตัว
  7. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงทุกครั้งถ้าเชื่อม AI เข้ากับอีเมล ปฏิทิน หรือไฟล์ส่วนตัว อย่าเผลอให้สิทธิ์กว้างเกินความจำเป็น

อัปเดตข้อมูล: 17 กันยายน 2026 — นโยบายความเป็นส่วนตัวและตัวเลือกการตั้งค่าของผู้ให้บริการ AI แต่ละเจ้าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรเข้าไปตรวจสอบหน้าการตั้งค่าจริงของบัญชีตัวเองเป็นระยะ ไม่ใช่ยึดตามข้อมูลเก่าที่เคยอ่านผ่านมา

คำถามที่พบบ่อย

พิมพ์เลขบัตรประชาชนขอ AI ช่วยกรอกฟอร์มได้ไหม

ไม่ควรทำ แม้จะดูเหมือนแค่ขอความช่วยเหลือเรื่องกรอกฟอร์ม แต่เลขบัตรประชาชนพร้อมชื่อ-นามสกุลเต็มคือชุดข้อมูลที่นำไปสวมรอยตัวตนได้ทันที ให้ใช้เลขสมมติแทนแล้วค่อยกรอกเลขจริงเองในขั้นตอนสุดท้าย

ถ้าเผลอพิมพ์ข้อมูลอ่อนไหวเข้า AI ไปแล้วต้องทำยังไง

ให้ลบข้อความหรือประวัติแชทนั้นออกทันทีผ่านเมนูตั้งค่าของบัญชี จากนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านหรือข้อมูลที่หลุดไปทันที (เช่น ถ้าพิมพ์รหัสผ่านไปให้เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทันที) เพราะการลบประวัติในแอปไม่ได้รับประกันว่าข้อมูลหายไปจากระบบเบื้องหลังทั้งหมดในทันที

AI เวอร์ชันฟรีกับเวอร์ชันเสียเงินความปลอดภัยข้อมูลต่างกันไหม

โดยทั่วไปเวอร์ชันองค์กร/ธุรกิจมักมีเงื่อนไขคุ้มครองข้อมูลที่ชัดเจนกว่าเวอร์ชันฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่รายละเอียดสิทธิประโยชน์และราคาต่างกันไปตามแต่ละผู้ให้บริการและเปลี่ยนแปลงได้ตลอด แนะนำตรวจสอบหน้าเปรียบเทียบแผนของผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรงก่อนตัดสินใจ

ใช้ AI ช่วยตอบแชทลูกค้าที่มีข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าอยู่ได้ไหม

ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นข้อมูลของบุคคลที่สาม (ลูกค้า) ไม่ใช่ข้อมูลของตัวเอง ก่อนใช้ควรเช็คนโยบายบริษัทและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องก่อน แนะนำให้ปิดบังข้อมูลระบุตัวตนของลูกค้า (ชื่อเต็ม เบอร์โทร ที่อยู่) ก่อนนำข้อความไปถาม AI ทุกครั้ง

รูปภาพที่มีคนอื่นติดอยู่ อัปโหลดเข้า AI ได้ไหม

ควรขอความยินยอมจากเจ้าของภาพก่อนถ้าเป็นไปได้ โดยเฉพาะภาพที่เห็นใบหน้าชัดเจน เพราะภาพใบหน้าคือข้อมูลชีวมิติที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลือกครอปเฉพาะส่วนที่จำเป็นหรือเบลอใบหน้าคนอื่นออกก่อนอัปโหลด