วันพฤหัสบดี, 17 กันยายน 2569

Copilot ใน Windows 11 ใช้อะไรได้บ้าง ปิดยังไงถ้าไม่ใช้

16 ก.ย. 2026
5

Copilot ใน Windows 11 คือผู้ช่วย AI ที่ไมโครซอฟท์ฝังมากับระบบปฏิบัติการ เปิดใช้งานได้จากไอคอนบนแถบทาสก์บาร์ ใช้ถามตอบ สรุปข้อมูล เขียนข้อความ และสั่งปรับตั้งค่าระบบบางอย่างด้วยภาษาพูดได้เลย ถ้าไม่อยากใช้ก็ปิดได้จริงทั้งแบบปิดชั่วคราวและปิดถาวรผ่าน Settings, Group Policy หรือ Registry แล้วแต่รุ่น Windows ที่ใช้อยู่

Copilot ใน Windows 11 คืออะไร ต่างจาก Copilot ตัวอื่นยังไง

ไมโครซอฟท์ใช้ชื่อ Copilot กับหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน ทำให้คนสับสนบ่อยว่ากำลังพูดถึงตัวไหน Copilot ที่ฝังอยู่ใน Windows 11 เป็นแอปแยกที่เรียกจากไอคอนบนทาสก์บาร์หรือปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดบางรุ่น ทำงานคล้ายหน้าต่างแชทลอย ส่วน Copilot ใน Microsoft 365 (Word, Excel, Outlook) เป็นคนละตัวที่ผูกกับไฟล์เอกสารโดยตรงและต้องมีสิทธิ์การใช้งานแยกต่างหาก


จุดร่วมของทั้งสองตัวคือใช้โมเดลภาษาตระกูลเดียวกันเป็นฐาน แต่ ขอบเขตข้อมูลที่เข้าถึงได้ไม่เหมือนกัน — Copilot ใน Windows เข้าถึงหน้าจอ/แอปที่เปิดอยู่ได้จำกัดกว่า Copilot ใน Office ที่อ่านเนื้อหาไฟล์งานได้ตรงๆ บทความนี้พูดถึงเฉพาะ Copilot ที่ติดมากับตัว Windows 11 เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าเทียบกับแชทบอทตัวอื่นแล้วภาษาไทยใครตอบได้ดีกว่า อ่านเพิ่มได้ที่ ChatGPT vs Gemini vs Claude ภาษาไทยใครเก่งสุด

Copilot ใน Windows 11 ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ฟีเจอร์หลักที่ใช้งานได้จริงตอนนี้แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามตารางนี้

กลุ่มฟีเจอร์ ใช้ทำอะไร
ถามตอบทั่วไป ถามความรู้รอบตัว แปลภาษา อธิบายศัพท์เทคนิค เหมือนคุยกับแชทบอท
สรุป/ร่างข้อความ วางข้อความยาวๆ ให้สรุปสั้น หรือให้ช่วยร่างอีเมล/โพสต์
ปรับตั้งค่าระบบ พิมพ์บอกให้เปิดโหมดมืด ปรับความสว่างหน้าจอ เปิด Bluetooth ได้บางคำสั่ง
สร้างภาพ สั่งวาดภาพจากคำบรรยาย ผ่านฟีเจอร์ที่เชื่อมกับ Image Creator
ช่วยดูหน้าจอ ถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังแสดงอยู่บนจอ (รองรับเฉพาะบาง build/บางรุ่นเครื่อง)

ฟีเจอร์กลุ่มปรับตั้งค่าระบบและช่วยดูหน้าจอเป็นส่วนที่ไมโครซอฟท์ยังทยอยปล่อยผ่านอัปเดตเป็นระลอก ไม่ได้มาครบทุกเครื่องพร้อมกัน ถ้าเปิดมาแล้วไม่เห็นบางฟีเจอร์ในตารางนี้ ให้เช็คว่า Windows Update ของเครื่องอัปเดตล่าสุดหรือยังก่อน ถ้าเพิ่งเริ่มใช้แชทบอท AI ครั้งแรกและอยากเห็นตัวอย่างวิธีถามให้ได้คำตอบดีๆ ก่อน ลองอ่าน วิธีใช้ ChatGPT ฟรี ภาษาไทย เริ่มจากศูนย์ ประกอบได้ หลักการตั้งคำถามใช้ร่วมกับ Copilot ได้เหมือนกัน ส่วนงานสรุปเอกสารยาวๆ ก็มีตัวช่วยเฉพาะทางอย่าง ใช้ AI สรุปเอกสาร PDF ยาวๆ ให้จบใน 5 นาที ที่ทำได้ละเอียดกว่าการสรุปสั้นๆ ใน Copilot

ฟีเจอร์สร้างภาพใน Copilot เหมาะกับงานเร็วๆ ที่ไม่ต้องปรับแต่งเยอะ ถ้าต้องการเปรียบเทียบกับเว็บสร้างรูปด้วย AI ตัวอื่นที่ฟรีเหมือนกัน ดูตัวเลือกเพิ่มเติมได้ที่ รวมเว็บ AI สร้างรูปฟรี ใช้ได้จริง ไม่ต้องผูกบัตร

ตัวอย่างการใช้งานจริงที่พบบ่อยคือเปิด Copilot ระหว่างทำงานเอกสาร แล้วถามคำศัพท์เฉพาะทางที่ไม่แน่ใจความหมาย หรือให้ช่วยร่างหัวข้ออีเมลสั้นๆ แทนการเปิดเบราว์เซอร์แยกไปค้นหาทีละขั้นตอน ประหยัดเวลาไปได้พอสมควรสำหรับงานเล็กๆ ที่ไม่ต้องการความแม่นยำระดับสูง แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องอ้างอิงตัวเลขหรือข้อเท็จจริงสำคัญ ควรตรวจทานคำตอบกับแหล่งข้อมูลจริงอีกครั้งเสมอ เพราะ Copilot เช่นเดียวกับแชทบอท AI ตัวอื่นยังตอบผิดพลาดได้เป็นบางครั้ง

Copilot เก็บ/ส่งข้อมูลที่พิมพ์ไปไหนบ้าง

ข้อความที่พิมพ์คุยกับ Copilot ถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ ไม่ได้ประมวลผลอยู่ในเครื่องทั้งหมด ดังนั้นควรเลี่ยงพิมพ์ข้อมูลที่เป็นความลับ รหัสผ่าน เลขบัตร หรือข้อมูลลูกค้าลงไปในหน้าต่างแชทนี้โดยตรง หากต้องการรายละเอียดเรื่องความเป็นส่วนตัวของ Copilot เต็มรูปแบบ ควรเปิดอ่านหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวของไมโครซอฟท์เองอีกครั้งก่อนใช้งานจริงจัง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนได้ตามรอบอัปเดต

วิธีปิด Copilot ใน Windows 11 ทีละขั้น

ปิดได้หลายระดับ ตั้งแต่ปิดแค่ไอคอนหน้าตาไปจนถึงปิดไม่ให้เรียกใช้ได้เลย เลือกวิธีตามรุ่น Windows ที่ใช้อยู่

1. ปิดผ่าน Settings (ทำได้ทุกรุ่น ปิดง่ายสุด)

  1. เปิด Settings แล้วไปที่เมนู Personalization
  2. เลือก Taskbar
  3. มองหาสวิตช์ Copilot แล้วปิด

วิธีนี้ซ่อนไอคอนออกจากทาสก์บาร์ แต่บางกรณียังเรียกกลับมาใช้ได้ผ่านปุ่มลัดบนคีย์บอร์ด ถ้าต้องการปิดแบบเข้มงวดกว่านี้ให้ทำวิธีถัดไปเพิ่ม

2. ปิดถาวรผ่าน Local Group Policy Editor (Windows 11 Pro/Enterprise)

  1. กด Windows + R พิมพ์ gpedit.msc แล้ว Enter
  2. ไปที่ Computer Configuration หรือ User Configuration > Administrative Templates > Windows Components
  3. หาหัวข้อที่เกี่ยวกับ Windows Copilot แล้วตั้งค่าเป็น Disabled
  4. รีสตาร์ทเครื่องหรือ sign out แล้วเข้าใหม่

วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะ Windows 11 รุ่น Pro/Enterprise/Education ที่มีตัว Group Policy Editor ติดตั้งมาให้ ถ้าใช้ Windows 11 Home จะไม่เจอเครื่องมือนี้ ต้องใช้วิธีถัดไปแทน

3. ปิดผ่าน Registry Editor (ใช้ได้ทุกรุ่น รวม Home)

  1. กด Windows + R พิมพ์ regedit แล้ว Enter
  2. ไปตามพาธ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Windows\WindowsCopilot (ถ้าไม่มีโฟลเดอร์ WindowsCopilot ให้สร้างใหม่)
  3. สร้างค่าแบบ DWORD (32-bit) ชื่อ TurnOffWindowsCopilot ตั้งค่าเป็น 1
  4. รีสตาร์ทเครื่อง

ก่อนแก้ Registry ทุกครั้งควรสำรอง (export) key เดิมไว้ก่อนเสมอ เผื่อแก้ผิดแล้วต้องย้อนกลับ การแก้ค่าผิดจุดใน Registry อาจกระทบการทำงานส่วนอื่นของ Windows ได้ ถ้าไม่มั่นใจให้ใช้วิธี Settings ในข้อ 1 พอ

เปิด Copilot กลับมาใช้ยังไงถ้าเปลี่ยนใจ

ย้อนขั้นตอนเดิมแบบตรงข้าม: เปิดสวิตช์กลับใน Settings, ตั้งค่า Group Policy กลับเป็น Not Configured, หรือลบ/ตั้งค่า TurnOffWindowsCopilot ใน Registry กลับเป็น 0 แล้วรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง ระบบจะดึงไอคอน Copilot กลับมาที่ทาสก์บาร์เหมือนเดิม ไม่มีขั้นตอนติดตั้งใหม่ เพราะตัวโปรแกรมยังฝังอยู่ในเครื่องตลอด แค่ถูกซ่อน/บล็อกไม่ให้เรียกใช้เท่านั้น

ปัญหาที่เจอบ่อยเกี่ยวกับ Copilot ใน Windows 11

ปิดผ่าน Settings แล้วไอคอนยังโผล่กลับมาเอง

บางครั้งหลังรอบอัปเดต Windows ใหญ่ๆ ค่าที่เคยปิดไว้ใน Settings ถูกรีเซ็ตกลับมาเป็นค่าเริ่มต้น เพราะฟีเจอร์ Copilot ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ไมโครซอฟท์ปรับค่าดีฟอลต์บ่อยกว่าฟีเจอร์อื่นที่นิ่งแล้ว วิธีรับมือคือเข้าไปเช็ค Settings อีกครั้งหลังทุกรอบอัปเดตใหญ่ หรือถ้าไม่อยากเจอปัญหานี้ซ้ำให้ใช้วิธี Group Policy/Registry แทนตั้งแต่ต้น เพราะเป็นการตั้งค่าระดับนโยบายที่ทนต่อการรีเซ็ตมากกว่า

ตั้งค่า Registry แล้วยังเห็นไอคอนอยู่

ให้เช็คก่อนว่าพิมพ์พาธถูกจุดและตั้งชื่อค่าตรงตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ครบ (TurnOffWindowsCopilot) และรีสตาร์ทเครื่องจริงหลังตั้งค่าเสร็จ การ sign out เข้าใหม่บางเครื่องไม่พอ ต้องรีสตาร์ทเต็มรูปแบบถึงจะมีผล ถ้าทำครบแล้วยังไม่หาย ให้ตรวจสอบว่าเครื่องอยู่ภายใต้นโยบายขององค์กร (Group Policy จากส่วนกลาง) ที่บังคับเปิดไว้เหนือกว่า Registry ของเครื่องอีกทีหรือไม่

Copilot ตอบช้าหรือตอบไม่ตรงคำถาม

อาการนี้ส่วนใหญ่มาจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ที่กำลังมีผู้ใช้พร้อมกันเยอะ ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเครื่อง ลองพิมพ์คำถามให้เจาะจงและสั้นกระชับขึ้นแทนการถามกว้างๆ ครั้งเดียว มักได้คำตอบตรงประเด็นกว่า

ควรปิด Copilot ไหม เหมาะกับใครไม่เหมาะกับใคร

ถ้าใช้เป็นผู้ช่วยถามตอบเบื้องต้นหรือร่างข้อความสั้นๆ อยู่แล้วก็เก็บไว้ใช้ต่อได้ ไม่ได้กินทรัพยากรเครื่องตลอดเวลาถ้าไม่ได้เปิดหน้าต่างค้างไว้ แต่ถ้าเป็นเครื่องที่ใช้งานเอกสารลับ ข้อมูลลูกค้า หรือเป็นเครื่ององค์กรที่มีนโยบายควบคุมการส่งข้อมูลออกนอกองค์กร การปิดผ่าน Group Policy หรือ Registry จะช่วยตัดความเสี่ยงพนักงานพิมพ์ข้อมูลอ่อนไหวใส่แชทโดยไม่ตั้งใจได้ตรงจุดกว่า

อีกกลุ่มที่ควรพิจารณาปิดคือเครื่องที่สเปกต่ำหรือแรมน้อย เพราะหน้าต่าง Copilot ก็เป็นโปรแกรมหนึ่งที่กินแรมเมื่อเปิดใช้งานเหมือนแอปอื่นๆ ถ้าเครื่องเดิมอืดอยู่แล้วและไม่ได้ใช้ Copilot บ่อย การปิดไว้แล้วเปิดใช้เฉพาะตอนจำเป็นจะช่วยให้เครื่องลื่นขึ้นเล็กน้อย ตรงข้ามกับคนที่ใช้เป็นผู้ช่วยประจำวันอยู่แล้ว การปิดแล้วต้องเปิดกลับทุกครั้งอาจไม่คุ้มเวลาที่เสียไป

คำถามที่พบบ่อย

Copilot ใน Windows 11 ใช้ฟรีไหม

ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างถามตอบและสรุปข้อความใช้ได้ฟรีในตัว Windows 11 เองไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างที่ผูกกับบัญชี Microsoft 365 อาจต้องมีสิทธิ์การใช้งานแยกต่างหาก ควรเช็คเงื่อนไขล่าสุดจากหน้าบัญชี Microsoft ของตัวเองอีกครั้ง

Copilot ต่างจาก Cortana ยังไง

Cortana เป็นผู้ช่วยเสียงรุ่นเก่าของไมโครซอฟท์ที่เน้นสั่งงานด้วยเสียงและค้นหาในเครื่อง ปัจจุบันไมโครซอฟท์เลิกพัฒนาต่อแล้ว ส่วน Copilot เป็นผู้ช่วยรุ่นใหม่ที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ตอบคำถามได้กว้างกว่า เขียน/สรุปข้อความได้ ไม่ใช่แค่สั่งงานด้วยเสียงแบบเดิม

ปิด Copilot แล้วจะกระทบการทำงานอื่นของ Windows ไหม

ไม่กระทบ ฟีเจอร์หลักของ Windows อย่างไฟล์ เครือข่าย หรือแอปอื่นทำงานแยกจาก Copilot อยู่แล้ว ปิดแล้วแค่ไอคอนและหน้าต่างแชทหายไป ไม่กระทบระบบส่วนอื่น

Copilot ใน Windows 11 ใช้ได้กับทุกรุ่นไหม ทั้ง Home และ Pro

เปิดใช้งานได้ทั้งสองรุ่น แต่เครื่องมือที่ใช้ปิดแบบละเอียดต่างกัน รุ่น Home จะไม่มี Group Policy Editor ให้ใช้ ต้องปิดผ่าน Registry แทนตามขั้นตอนในบทความนี้

ลบไอคอน Copilot ออกจากทาสก์บาร์แล้ว ยังเปิดใช้งานได้อยู่ไหม

ถ้าปิดแค่ไอคอนผ่าน Settings อย่างเดียว บางกรณียังเรียกใช้ได้ผ่านปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอยู่ ถ้าต้องการให้เรียกใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ต้องปิดเพิ่มผ่าน Group Policy หรือ Registry ตามขั้นตอนข้างต้นด้วย