หลายบ้านรู้แค่ว่า “เดือนนี้ค่าไฟเท่าไหร่” จากยอดในบิลใบล่าสุด แต่ไม่เคยย้อนดูว่าหน่วยไฟที่ใช้เมื่อ 6 เดือนก่อนหรือปีที่แล้วเป็นเท่าไหร่ ทั้งที่ข้อมูลย้อนหลังนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการตัดสินใจแทบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับค่าไฟ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินว่าควรติดโซลาร์เซลล์ขนาดไหน หรือแค่อยากรู้ว่าเดือนไหนใช้ไฟผิดปกติจนควรตรวจสอบ บทความนี้จะพาไปดูว่าเช็คหน่วยไฟ/ค่าไฟย้อนหลังได้จากช่องทางไหนบ้าง และใช้แอปของการไฟฟ้าเช็คยังไงให้ได้ข้อมูลจริง
ถ้ากำลังพิจารณาลดค่าไฟด้วยการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ข้อมูลย้อนหลังของบ้านตัวเองคือสิ่งที่ต้องมีก่อนตัดสินใจเสมอ แนะนำให้อ่านคู่มือติดโซลาร์เซลล์บ้าน + ลดค่าไฟควบคู่กันไป เพราะทุกขั้นตอนของการประเมินความคุ้มค่าเริ่มจากตัวเลขการใช้ไฟจริงของบ้านเราเอง ไม่ใช่ตัวเลขเฉลี่ยจากที่อื่น
ทำไมต้องรู้หน่วยไฟย้อนหลังของบ้านตัวเอง
หน่วยไฟที่ใช้ในแต่ละเดือนไม่ได้คงที่ตลอดทั้งปี บ้านส่วนใหญ่ใช้ไฟมากขึ้นในช่วงหน้าร้อนเพราะเปิดแอร์นานขึ้น และใช้น้อยลงในช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาว ถ้าดูแค่บิลเดือนเดียวแล้วเอาไปคำนวณต่อ เช่น ประเมินขนาดระบบโซลาร์หรือประเมินจุดคุ้มทุน ตัวเลขที่ได้จะคลาดเคลื่อนจากพฤติกรรมใช้ไฟจริงตลอดทั้งปีของบ้านนั้น ๆ การดึงข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 6-12 เดือนจะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่า
นอกจากใช้วางแผนเรื่องโซลาร์ ข้อมูลย้อนหลังยังช่วยจับความผิดปกติได้เร็ว เช่น ถ้าหน่วยไฟเดือนนี้พุ่งขึ้นผิดจากทุกเดือนที่ผ่านมาทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเลย อาจเป็นสัญญาณว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวไหนเริ่มกินไฟผิดปกติ หรือมีจุดรั่วไหลของไฟฟ้าที่ควรตรวจสอบก่อนบิลเดือนถัดไปจะแพงซ้ำอีก
3 ช่องทางเช็คค่าไฟย้อนหลังที่มีจริง
1. บิล/ใบแจ้งหนี้เก่าที่เก็บไว้
วิธีที่ตรงที่สุดและไม่ต้องพึ่งระบบออนไลน์เลยคือหยิบใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าย้อนหลังที่เก็บไว้มาดูตรง ๆ ในใบแจ้งหนี้แต่ละใบจะระบุหน่วยไฟที่ใช้ในรอบบิลนั้น พร้อมเลขมิเตอร์ต้นเดือน-ปลายเดือนไว้ครบอยู่แล้ว ถ้าเก็บบิลกระดาษไว้ต่อเนื่องหรือรับบิลผ่านอีเมลและเก็บไฟล์ไว้เป็นระบบ วิธีนี้จะเร็วที่สุดโดยไม่ต้องเข้าแอปหรือติดต่อใคร
2. แอปพลิเคชันของการไฟฟ้า
สำหรับบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีแอปสำหรับดูข้อมูลการใช้ไฟของผู้ใช้บริการ ส่วนบ้านในต่างจังหวัดที่อยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะมีแอปของตัวเองเช่นกัน (รู้จักกันในชื่อ PEA Smart Plus) ทั้งสองแอปเปิดให้ผู้ใช้ไฟดูประวัติหน่วยไฟและยอดบิลย้อนหลังได้โดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้กระดาษ เหมาะกับบ้านที่ไม่ได้เก็บบิลเก่าไว้ครบ
3. เคาน์เตอร์บริการหรือสายด่วนของการไฟฟ้า
ถ้าหาบิลเก่าไม่เจอและใช้แอปไม่สะดวก ยังสามารถติดต่อสำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนของการไฟฟ้าที่ดูแลบ้านนั้นโดยตรง เพื่อขอประวัติการใช้ไฟย้อนหลังได้ วิธีนี้ใช้เวลานานกว่าสองช่องทางแรก แต่เป็นทางเลือกสำรองเมื่อช่องทางออนไลน์เข้าไม่ได้หรือบัญชีผู้ใช้แอปมีปัญหา
ใช้แอปการไฟฟ้าเช็คย้อนหลังยังไง
ขั้นตอนโดยรวมของแอปการไฟฟ้าทั้งสองค่ายมีแนวทางคล้ายกัน แม้หน้าตาเมนูจะต่างกันไปตามเวอร์ชันที่อัปเดตอยู่เรื่อย ๆ
- ผูกเลขผู้ใช้ไฟฟ้ากับบัญชีในแอป — เลขนี้ดูได้จากมุมบนของใบแจ้งหนี้เก่า หรือมิเตอร์หน้าบ้าน ต้องผูกให้ตรงกับชื่อ-ที่อยู่ผู้ใช้ไฟจริงเพื่อให้ดึงข้อมูลถูกบ้าน
- เข้าเมนูประวัติการใช้ไฟหรือประวัติค่าไฟ — ส่วนใหญ่จะแสดงเป็นกราฟแท่งรายเดือน เทียบหน่วยไฟหรือยอดเงินของแต่ละเดือนให้เห็นชัด
- เลือกช่วงเวลาที่ต้องการย้อนดู — บางแอปให้เลือกดูได้หลายเดือนถึงเป็นปี ควรดึงข้อมูลให้ครอบคลุมทั้งช่วงหน้าร้อนและหน้าฝน เพื่อเห็นค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงพฤติกรรมใช้ไฟจริงตลอดปี
- บันทึกหรือดาวน์โหลดข้อมูลไว้ใช้ต่อ — บางแอปมีปุ่มให้บันทึกใบแจ้งหนี้ย้อนหลังเป็นไฟล์ได้โดยตรง ถ้าต้องเอาไปคำนวณต่อ การมีตัวเลขเก็บไว้เป็นไฟล์จะสะดวกกว่าต้องเปิดแอปดูใหม่ทุกครั้ง
เมนูและชื่อปุ่มในแอปอาจเปลี่ยนไปตามการอัปเดตของแต่ละการไฟฟ้า หากหาเมนูตามขั้นตอนข้างต้นไม่เจอ ให้ดูวิธีใช้งานล่าสุดจากหน้าช่วยเหลือในแอปเอง หรือติดต่อสายด่วนของการไฟฟ้าที่ดูแลบ้านนั้นโดยตรง
อ่านตัวเลขในบิลให้เข้าใจ ก่อนเอาไปคำนวณต่อ
เวลาดึงข้อมูลย้อนหลังมาแล้ว สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ “หน่วยไฟที่ใช้จริง” กับ “ยอดเงินที่ต้องจ่าย” เป็นคนละตัวกัน เพราะยอดเงินไม่ได้ขึ้นกับหน่วยไฟอย่างเดียว แต่มีค่าไฟฐาน ค่าบริการรายเดือน ค่า Ft ที่ปรับทุก 4 เดือน และภาษีมูลค่าเพิ่มรวมอยู่ด้วย ถ้าเห็นว่าหน่วยไฟใกล้เคียงเดือนก่อนแต่ยอดเงินต่างกันมาก ส่วนใหญ่มาจากรอบปรับค่า Ft ไม่ใช่พฤติกรรมใช้ไฟที่เปลี่ยนไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในค่า Ft คืออะไร ทำไมบิลค่าไฟแพงขึ้นทั้งที่ใช้ไฟเท่าเดิม
ตัวเลขที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดเวลานำข้อมูลย้อนหลังไปใช้ต่อคือ “หน่วยไฟ (kWh) ต่อเดือน” ไม่ใช่ยอดเงิน เพราะยอดเงินจะเปลี่ยนไปตามรอบ Ft และอัตราค่าไฟที่การไฟฟ้าประกาศในแต่ละช่วง แต่หน่วยไฟที่ใช้จริงสะท้อนพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านได้ตรงกว่า
เอาข้อมูลย้อนหลังไปใช้ต่อยังไงได้บ้าง
เมื่อมีตัวเลขหน่วยไฟย้อนหลังอย่างน้อย 6-12 เดือนในมือแล้ว สามารถนำไปใช้ต่อได้หลายทาง
- ประเมินขนาดระบบโซลาร์ที่เหมาะกับบ้าน — ใช้ค่าเฉลี่ยหน่วยไฟต่อเดือนเป็นจุดตั้งต้น ดูรายละเอียดการเลือกขนาดได้ในโซลาร์ 3kW / 5kW / 10kW เลือกขนาดไหนดูจากบิลค่าไฟยังไง
- คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนตัดสินใจติดโซลาร์ — ลองใช้เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนโซลาร์โดยกรอกหน่วยไฟเฉลี่ยที่ดึงมาจากประวัติย้อนหลังแทนการเดาตัวเลข
- หาว่าเดือนไหนใช้ไฟเกินปกติจากอะไร — ถ้าเห็นเดือนที่หน่วยไฟพุ่งสูงผิดปกติ ลองเช็คว่าตรงกับช่วงที่เปิดแอร์นานขึ้นหรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณค่าไฟแอร์เพื่อประเมินว่าแอร์กินไฟสัดส่วนเท่าไหร่ของบิลเดือนนั้น
- วางแผนลดค่าไฟอย่างตรงจุด — เมื่อรู้แล้วว่าช่วงไหนของปีใช้ไฟมากที่สุด ให้เจาะจงลดพฤติกรรมช่วงนั้นก่อน ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ในวิธีลดค่าไฟบ้าน 20 วิธีเรียงตามผลลัพธ์จริง
คำถามที่พบบ่อย
เช็คค่าไฟย้อนหลังได้ไกลสุดกี่เดือน
ระยะเวลาที่ดึงข้อมูลย้อนหลังได้จริงขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละการไฟฟ้าและว่าเก็บบิลกระดาษไว้นานแค่ไหน แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากแอปหรือติดต่อสายด่วนของการไฟฟ้าที่ดูแลบ้านนั้นโดยตรง เพราะระยะเวลาที่ระบบเก็บข้อมูลไว้ให้ดูอาจเปลี่ยนแปลงได้
ไม่เคยสมัครแอปการไฟฟ้ามาก่อน เริ่มยังไง
ต้องเตรียมเลขผู้ใช้ไฟฟ้าจากใบแจ้งหนี้เก่าหรือมิเตอร์หน้าบ้านไว้ก่อน แล้วดาวน์โหลดแอปของการไฟฟ้าที่ดูแลบ้านนั้น (กฟน. สำหรับกรุงเทพฯ-ปริมณฑล หรือ กฟภ. สำหรับต่างจังหวัด) ทำตามขั้นตอนสมัครสมาชิกและผูกเลขผู้ใช้ไฟในแอป ถ้าติดปัญหาระหว่างสมัคร ติดต่อสายด่วนของการไฟฟ้าโดยตรงจะเร็วกว่าลองผิดลองถูกเอง
ทำไมหน่วยไฟย้อนหลังไม่ตรงกับที่จำได้
สาเหตุที่พบบ่อยคือรอบบิลแต่ละเดือนมีจำนวนวันไม่เท่ากัน และบางเดือนพฤติกรรมใช้ไฟเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว เช่น มีแขกมาพักหรือเปิดแอร์นานขึ้นในบางช่วง ถ้าตัวเลขต่างกันมากผิดปกติจนสงสัยว่ามิเตอร์อ่านค่าผิดพลาด ควรติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ให้ตรวจสอบมิเตอร์โดยตรง ไม่ควรเดาสาเหตุเอง
ต้องเช็คค่าไฟย้อนหลังก่อนติดโซลาร์เสมอไหม
ควรทำ เพราะขนาดระบบโซลาร์ที่เหมาะสมคำนวณจากปริมาณไฟที่บ้านใช้จริงเฉลี่ยทั้งปี ไม่ใช่ตัวเลขจากบิลเดือนเดียว การมีข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อยครึ่งปีจะช่วยให้ประเมินขนาดระบบและจุดคุ้มทุนได้แม่นยำกว่าการเดาจากความรู้สึกว่า “บ้านนี้ใช้ไฟเยอะหรือน้อย”
กฟน. กับ กฟภ. ใช้แอปเดียวกันไหม
ไม่ใช่แอปเดียวกัน เพราะเป็นคนละหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ต่างกัน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดูแลกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดูแลพื้นที่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ ต้องเลือกดาวน์โหลดแอปให้ตรงกับหน่วยงานที่ดูแลบ้านของตัวเอง ถ้าไม่แน่ใจว่าบ้านอยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน ให้เช็คจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟเก่าซึ่งจะระบุชื่อหน่วยงานไว้ชัดเจน