วันพุธ, 2 กันยายน 2569

วิธีคำนวณค่าไฟแอร์ต่อเดือนด้วยตัวเอง + ตารางทุก BTU

02 ก.ย. 2026
1

แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้านแทบทุกหลัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคำนวณจริงว่าเปิดแอร์วันละกี่ชั่วโมงแล้วต้องจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ รู้แค่ว่า “บิลมาแพงกว่าเดือนก่อน” โดยไม่รู้สาเหตุ บทความนี้จะพาคำนวณค่าไฟแอร์ด้วยสูตรที่ใช้ได้จริง พร้อมตารางเทียบ BTU ทุกขนาดที่ขายในตลาด เพื่อให้พอเห็นภาพว่าแอร์ที่บ้านกินไฟระดับไหน ถ้ากำลังวางแผนเรื่องพลังงานทั้งบ้านแบบจริงจัง แนะนำอ่านคู่มือติดโซลาร์เซลล์บ้าน + ลดค่าไฟควบคู่ไปด้วย เพราะแอร์คือตัวแปรใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งเวลาคำนวณขนาดระบบโซลาร์ที่เหมาะกับบ้าน

ก่อนเริ่มคำนวณ ต้องบอกไว้ก่อนว่าอัตราค่าไฟฟ้าบ้านเราเป็นแบบขั้นบันได (ยิ่งใช้เยอะยิ่งจ่ายแพงต่อหน่วย) และมีค่า Ft ที่การไฟฟ้าปรับทุก 4 เดือน ตัวเลขบาทต่อหน่วยที่แน่นอนจึงไม่คงที่ตลอดปี บทความนี้จะโชว์วิธีคำนวณเป็นสูตรและตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบ ส่วนตัวเลขบาทต่อหน่วยจริงให้ตรวจสอบล่าสุดจากบิลค่าไฟของตัวเองหรือเว็บ/แอปของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เสมอ อย่าเชื่อตัวเลขที่หาเจอตามเว็บทั่วไปโดยไม่เช็คของจริง


สูตรคำนวณค่าไฟแอร์ที่ใช้ได้จริง

สูตรพื้นฐานที่ใช้คำนวณค่าไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดคือ

หน่วยไฟที่ใช้ (kWh) = (กำลังไฟฟ้าของเครื่อง (วัตต์) × ชั่วโมงที่เปิดใช้ × จำนวนวัน) ÷ 1,000

จากนั้นเอาหน่วยไฟที่ได้ คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยตามที่ตรวจสอบล่าสุด ก็จะได้ค่าไฟฟ้าโดยประมาณของแอร์เครื่องนั้นในเดือนนั้น สูตรนี้ใช้ได้กับแอร์ทุกยี่ห้อ ทุกขนาด BTU ขอแค่รู้ตัวเลข “กำลังไฟฟ้า” ที่แท้จริงของเครื่อง ซึ่งหาได้จากป้ายสเปคหลังเครื่อง หรือคู่มือที่แถมมา ไม่ใช่ตัวเลข BTU เพียงอย่างเดียว เพราะ BTU คือหน่วยวัด “ความเย็นที่ทำได้” ไม่ใช่ “ไฟที่กิน” — สองค่านี้สัมพันธ์กันแต่ไม่ใช่ตัวเดียวกัน

ตัวแปรที่ต้องรู้ก่อนคำนวณ

1. กำลังไฟฟ้า (วัตต์) ของเครื่อง ไม่ใช่ BTU

แอร์ BTU เท่ากันแต่คนละรุ่น คนละยี่ห้อ กินไฟไม่เท่ากันได้ เพราะขึ้นอยู่กับค่าประสิทธิภาพ (EER/SEER) ของคอมเพรสเซอร์ ยิ่งเบอร์ประหยัดไฟสูง (5 ดาวขึ้นไป) ยิ่งกินไฟน้อยกว่าที่ BTU เดียวกันแบบดาวน้อยกว่า ต้องดูตัวเลขวัตต์ที่ป้ายสเปคจริงเสมอ

2. อินเวอร์เตอร์ vs ธรรมดา

แอร์อินเวอร์เตอร์ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ขึ้นลงตามอุณหภูมิห้อง กินไฟเฉลี่ยต่ำกว่าแอร์ธรรมดาที่ตัดต่อคอมเพรสเซอร์เต็มกำลังทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าเปิดต่อเนื่องนาน ๆ ส่วนต่างนี้มีผลต่อการคำนวณค่อนข้างมาก ใครสนใจเรื่องนี้โดยเฉพาะ อ่านเพิ่มได้ในบทความเปรียบเทียบแอร์อินเวอร์เตอร์กับแอร์ธรรมดาในคลัสเตอร์เดียวกัน

3. ชั่วโมงเปิดใช้งานจริงต่อวัน

ตัวแปรที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด บางบ้านเปิดแอร์แค่ตอนนอน 8 ชั่วโมง บางบ้านเปิดทั้งวันเพราะ Work from Home ยิ่งเปิดนาน หน่วยไฟยิ่งสะสมเป็นเส้นตรงตามสูตรด้านบน การนับชั่วโมงที่เปิดจริง (ไม่ใช่ชั่วโมงที่ “อยู่บ้าน”) จึงสำคัญมากในการประเมิน

4. อุณหภูมิที่ตั้งและสภาพห้อง

ตั้งอุณหภูมิยิ่งต่ำ คอมเพรสเซอร์ยิ่งทำงานหนักและนานขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ ห้องที่มีฉนวนกันความร้อนแย่ แดดส่องตรง หรือปิดไม่สนิท จะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าห้องปกติที่ BTU เท่ากัน ผลคือกินไฟมากกว่าตัวเลขทฤษฎีในตาราง

ตารางเทียบ BTU กับกำลังไฟฟ้าโดยประมาณ

ตัวเลขในตารางนี้เป็นค่าประมาณการทั่วไปตามค่าประสิทธิภาพเฉลี่ยของแอร์ในตลาด ใช้เพื่อประเมินคร่าว ๆ เท่านั้น ตัวเลขจริงของเครื่องที่บ้านให้ดูจากป้ายสเปคหรือคู่มือเครื่องเสมอ เพราะแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ แต่ละเบอร์ประหยัดไฟไม่เท่ากัน

ขนาด BTU ขนาดห้องที่เหมาะสมโดยประมาณ กำลังไฟฟ้าโดยประมาณ (ไม่อินเวอร์เตอร์) กำลังไฟฟ้าโดยประมาณ (อินเวอร์เตอร์)
9,000 BTU ประมาณ 12–16 ตร.ม. ประมาณ 800–900 วัตต์ ต่ำกว่านี้เมื่อทำงานรอบต่ำ
12,000 BTU ประมาณ 16–20 ตร.ม. ประมาณ 1,100–1,300 วัตต์ ต่ำกว่านี้เมื่อทำงานรอบต่ำ
18,000 BTU ประมาณ 20–28 ตร.ม. ประมาณ 1,600–1,900 วัตต์ ต่ำกว่านี้เมื่อทำงานรอบต่ำ
24,000 BTU ประมาณ 28–35 ตร.ม. ประมาณ 2,200–2,600 วัตต์ ต่ำกว่านี้เมื่อทำงานรอบต่ำ

สังเกตว่ายิ่ง BTU สูง ยิ่งกินไฟมากตามสัดส่วน การเลือก BTU ให้พอดีกับขนาดห้อง (ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น) จึงเป็นวิธีประหยัดค่าไฟที่ได้ผลตั้งแต่ก่อนซื้อเครื่อง ไม่ใช่แค่การใช้งานหลังติดตั้ง

ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น

สมมติบ้านหนึ่งมีแอร์ 12,000 BTU แบบอินเวอร์เตอร์ กำลังไฟฟ้าเฉลี่ยขณะทำงานประมาณ 1,000 วัตต์ (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ของจริงต้องดูจากป้ายสเปคเครื่องที่บ้าน) เปิดใช้งานวันละ 8 ชั่วโมง คำนวณได้ดังนี้

  1. หน่วยไฟต่อวัน = (1,000 วัตต์ × 8 ชั่วโมง) ÷ 1,000 = 8 หน่วย/วัน
  2. หน่วยไฟต่อเดือน (30 วัน) = 8 × 30 = 240 หน่วย/เดือน
  3. ค่าไฟต่อเดือน = 240 หน่วย × ค่าไฟต่อหน่วยที่ตรวจสอบล่าสุดจากบิลจริง

ขั้นตอนที่ 3 คือจุดที่ห้ามใส่ตัวเลขบาทตายตัว เพราะอัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัยเป็นขั้นบันไดและมีค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน วิธีที่แม่นที่สุดคือเปิดบิลค่าไฟเดือนล่าสุด ดูอัตราต่อหน่วยในช่วงที่ใช้ไฟจริง แล้วเอามาคูณกับหน่วยไฟที่คำนวณได้ ถ้าอยากได้ตัวเลขที่ปรับตามพฤติกรรมใช้งานจริงของบ้านตัวเองแบบละเอียดกว่านี้ ลองใช้เครื่องคำนวณค่าไฟแอร์ที่กรอกแค่ BTU ชั่วโมงเปิดใช้ และค่าไฟต่อหน่วยของบ้านเอง ก็ประเมินได้ทันทีโดยไม่ต้องนั่งคูณเอง

ปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟแอร์ต่างกันแม้ BTU เท่ากัน

  • เบอร์ประหยัดไฟของเครื่อง — เบอร์ 5 ดาวกินไฟน้อยกว่าดาวต่ำกว่าอย่างชัดเจนที่ BTU เดียวกัน
  • ความสะอาดของแผ่นกรองและคอยล์เย็น — แผ่นกรองสกปรกทำให้ลมไหลเวียนไม่สะดวก คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้ความเย็นเท่าเดิม
  • อายุการใช้งานของเครื่อง — แอร์เก่าที่ไม่ได้บำรุงรักษาสม่ำเสมอ ประสิทธิภาพจะลดลงเรื่อย ๆ กินไฟมากขึ้นทั้งที่ BTU เดิม
  • การตั้งอุณหภูมิและโหมดพัดลม — ตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศา และใช้โหมดพัดลมแทนโหมดเย็นเต็มรอบเมื่อความเย็นพอแล้ว ช่วยลดภาระคอมเพรสเซอร์ได้จริง
  • สภาพห้องและฉนวนกันความร้อน — ห้องที่ปิดสนิท มีฉนวนดี ผ้าม่านกันแดด จะรักษาความเย็นได้นานกว่า ทำให้คอมเพรสเซอร์พักรอบบ่อยขึ้น

วิธีลดค่าไฟแอร์โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

ก่อนคิดเรื่องเปลี่ยนแอร์ใหม่หรือลงทุนระบบโซลาร์ ลองปรับพฤติกรรมใช้งานก่อน เพราะได้ผลจริงและไม่มีต้นทุนเพิ่ม เช่น ล้างแผ่นกรองอากาศสม่ำเสมอ ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาแทนการตั้งต่ำสุด ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทระหว่างเปิดแอร์ ใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็นแทนการลดอุณหภูมิลงอีก และเรียกช่างมาล้างใหญ่ปีละครั้งเพื่อรักษาประสิทธิภาพเครื่อง วิธีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการลดค่าไฟบ้านโดยรวมที่อธิบายละเอียดไว้ในวิธีลดค่าไฟบ้าน 20 วิธีเรียงตามผลลัพธ์จริง

ถ้าคำนวณแล้วพบว่าแอร์กินไฟเป็นสัดส่วนใหญ่ของบิลค่าไฟทั้งเดือน และเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นประจำ อาจถึงเวลาพิจารณาเรื่องระบบผลิตไฟฟ้าใช้เองอย่างจริงจัง ลองเริ่มจากดูต้นทุนติดโซลาร์เซลล์บ้านปี 2026และวิธีคำนวณจุดคุ้มทุนโซลาร์ด้วยบิลค่าไฟตัวเองประกอบกัน เพราะบ้านที่เปิดแอร์เยอะตอนกลางวันมักคุ้มค่ากับระบบโซลาร์มากกว่าบ้านที่ใช้ไฟตอนกลางคืนเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อย

BTU มากกว่าแปลว่ากินไฟมากกว่าเสมอไหม

โดยทั่วไปใช่ เพราะ BTU สูงต้องใช้คอมเพรสเซอร์กำลังสูงกว่า แต่ถ้าเทียบเครื่อง BTU สูงแบบอินเวอร์เตอร์เบอร์ 5 กับเครื่อง BTU ต่ำกว่าที่เป็นแอร์ธรรมดาเบอร์ต่ำ บางครั้งเครื่อง BTU สูงกว่าอาจกินไฟพอ ๆ กันหรือน้อยกว่าได้ ต้องดูวัตต์จริงที่ป้ายสเปคเทียบกันเสมอ

เปิดแอร์ทั้งคืนกับเปิด-ปิดเป็นช่วง ๆ แบบไหนประหยัดกว่า

ถ้าเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์ เปิดต่อเนื่องแล้วตั้งอุณหภูมิพอเหมาะมักประหยัดกว่า เพราะเครื่องจะปรับรอบลงเมื่อถึงอุณหภูมิที่ตั้งแล้วรักษาระดับไว้ ต่างจากแอร์ธรรมดาที่ต้องทำงานเต็มกำลังใหม่ทุกครั้งที่เปิด ทำให้การเปิด-ปิดถี่ ๆ กินไฟมากกว่าที่คิด

แอร์เบอร์ 5 ดาวประหยัดไฟกว่าเบอร์ต่ำกว่าจริงไหม เท่าไหร่

ประหยัดจริงตามหลักการที่ค่าประสิทธิภาพพลังงานสูงกว่า แต่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนต่างกันตามรุ่นและยี่ห้อ แนะนำเทียบค่าประสิทธิภาพ (SEER/EER) บนฉลากประหยัดไฟจริงของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อ แทนที่จะดูแค่จำนวนดาว

วิธีเช็คว่าค่าไฟต่อหน่วยของบ้านตัวเองตอนนี้เท่าไหร่

ดูจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟเดือนล่าสุด หรือเข้าแอป/เว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามพื้นที่ที่อยู่ เพราะอัตราเป็นขั้นบันไดและมีค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน ตัวเลขจึงไม่ตายตัวตลอดปี